
Shinkansen (新幹線) หรือที่คนไทยเรียกว่า ชินคันเซ็น คือระบบรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่น ใช้เดินทางเชื่อมเมืองและภูมิภาคสำคัญ ตั้งแต่ฮอกไกโดทางเหนือ ผ่านโตเกียว นาโกย่า เกียวโต โอซาก้า ฮิโรชิม่า ฟุกุโอกะ ไปจนถึงคาโกชิมะและนางาซากิ โดยบางช่วงสามารถให้บริการด้วยความเร็วสูงสุดถึง 320 km/h
สิ่งที่นักท่องเที่ยวมือใหม่มักสับสนคือชื่ออย่าง Tokaido Shinkansen, Nozomi และ N700S ซึ่งจริง ๆ แล้วหมายถึงคนละอย่างกัน นอกจากนี้ยังมีที่นั่งหลายประเภท ตั๋วหลายรูปแบบ กฎสัมภาระ รวมถึงเงื่อนไขของ JAPAN RAIL PASS และ JR Regional Pass ที่แตกต่างกัน
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ Shinkansen คืออะไร มีกี่สาย ชื่อขบวนไหนวิ่งเส้นไหน ขบวนไหนเร็วหรือจอดมากกว่า ที่นั่งแต่ละแบบต่างกันอย่างไร ซื้อตั๋วที่ไหน ใช้ JR Pass ได้หรือไม่ มี Wi-Fi และปลั๊กไฟไหม รวมถึงกระเป๋าขนาดไหนนำขึ้นรถได้
หมายเหตุ: ข้อมูลเส้นทาง ประเภทขบวน ที่นั่ง การจองตั๋ว Rail Pass บริการบนรถ และเงื่อนไขสัมภาระอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ก่อนเดินทาง แนะนำตรวจสอบตารางเวลา ราคา และเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ JR อีกครั้ง
Shinkansen คืออะไร? ชื่อสาย ชื่อขบวน และรุ่นรถต่างกันอย่างไร
Shinkansen (新幹線) เป็นระบบรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่น โดย Tokaido Shinkansen ระหว่าง Tokyo และ Shin-Osaka เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1964 ก่อนที่เครือข่ายจะค่อย ๆ ขยายไปยังภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ ปัจจุบัน Shinkansen เป็นหนึ่งในระบบขนส่งระหว่างเมืองที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น
สิ่งแรกที่ควรเข้าใจก่อนดูตารางรถหรือซื้อตั๋วคือ คำที่เกี่ยวข้องกับ Shinkansen สามารถแบ่งออกเป็น ชื่อสาย ชื่อขบวนหรือบริการ และรุ่นรถ ซึ่งหมายถึงคนละอย่างกัน
| สิ่งที่เห็น | ตัวอย่าง | หมายถึง |
|---|---|---|
| ชื่อสาย | Tokaido Shinkansen | เส้นทางที่รถวิ่ง |
| ชื่อขบวน | Nozomi | รูปแบบการให้บริการ |
| รุ่นรถ | N700S | รุ่นของตัวรถ |
ตัวอย่างเช่น หากเดินทางจาก Tokyo ไป Kyoto เราอาจกำลังเดินทางบนสาย Tokaido Shinkansen เลือกบริการ Nozomi และรถที่นำมาให้บริการในเที่ยวนั้นอาจเป็นรุ่น N700S
ดังนั้น Nozomi ไม่ใช่ชื่อสาย Shinkansen และ N700S ก็ไม่ใช่ชื่อบริการที่บอกว่ารถจะจอดสถานีใด แต่เป็นชื่อรุ่นของตัวรถ
บน Tokaido Shinkansen มีบริการหลักคือ Nozomi, Hikari และ Kodama ทั้งสามสามารถวิ่งอยู่บนเส้นทางเดียวกันและอาจใช้รถตระกูลเดียวกัน แต่รูปแบบการจอดแตกต่างกัน
เพราะฉะนั้นเวลาพูดว่า “Nozomi เร็วกว่า Kodama” โดยทั่วไปหมายถึง Nozomi ใช้เวลาเดินทางถึงปลายทางสั้นกว่าเพราะจอดสถานีน้อยกว่า ไม่ได้หมายความว่าตัวรถ Kodama จำเป็นต้องวิ่งช้ากว่า Nozomi ตลอดเส้นทาง
Shinkansen มีกี่สาย? 10 เส้นทางหลักทั่วญี่ปุ่น
สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถทำความเข้าใจเครือข่าย Shinkansen ในปัจจุบันเป็น 10 เส้นทางหลัก ตั้งแต่ Hokkaido Shinkansen ทางเหนือไปจนถึง Nishi Kyushu Shinkansen ทางใต้
| สาย Shinkansen | เส้นทางหลัก | เมืองสำคัญ |
|---|---|---|
| Hokkaido | Shin-Aomori – Shin-Hakodate-Hokuto | Aomori / Hakodate |
| Tohoku | Tokyo – Shin-Aomori | Sendai / Morioka / Aomori |
| Akita | Tokyo – Akita | Morioka / Kakunodate / Akita |
| Yamagata | Tokyo – Shinjo | Fukushima / Yamagata / Shinjo |
| Joetsu | Tokyo – Niigata | Takasaki / Echigo-Yuzawa / Niigata |
| Hokuriku | Tokyo – Tsuruga | Nagano / Toyama / Kanazawa / Fukui |
| Tokaido | Tokyo – Shin-Osaka | Nagoya / Kyoto / Osaka |
| Sanyo | Shin-Osaka – Hakata | Okayama / Hiroshima / Fukuoka |
| Kyushu | Hakata – Kagoshima-Chuo | Kumamoto / Kagoshima |
| Nishi Kyushu | Takeo-Onsen – Nagasaki | Ureshino / Nagasaki |
เส้นทางที่นักท่องเที่ยวไทยใช้บ่อยที่สุดสายหนึ่งคือ Tokaido Shinkansen เพราะเชื่อม Tokyo, Nagoya, Kyoto และ Shin-Osaka จาก Shin-Osaka สามารถเดินทางต่อด้วย Sanyo Shinkansen ผ่าน Okayama และ Hiroshima ไปถึง Hakata ใน Fukuoka
Nozomi บางเที่ยวสามารถวิ่งต่อจาก Tokaido Shinkansen เข้าสู่ Sanyo Shinkansen ได้โดยตรง ดังนั้นการเดินทางจาก Tokyo ไป Hiroshima หรือ Hakata บางเที่ยวจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรถที่ Shin-Osaka
จาก Hakata ลงไปทางใต้คือ Kyushu Shinkansen เชื่อม Fukuoka กับ Kumamoto และ Kagoshima-Chuo โดย Mizuho และ Sakura บางเที่ยวสามารถเดินทางต่อเนื่องจาก Shin-Osaka ผ่าน Sanyo Shinkansen เข้าสู่ Kyushu Shinkansen ได้
ส่วนการเดินทางไป Nagasaki ใช้ Nishi Kyushu Shinkansen ซึ่งปัจจุบันวิ่งระหว่าง Takeo-Onsen กับ Nagasaki ผู้โดยสารที่เดินทางจาก Hakata ต้องใช้ Limited Express เช่น Relay Kamome ไป Takeo-Onsen ก่อน แล้วจึงเปลี่ยนเป็น Shinkansen Kamome
ด้านตะวันออก Tohoku Shinkansen วิ่งจาก Tokyo ไป Shin-Aomori และเชื่อมต่อกับ Hokkaido Shinkansen ไป Shin-Hakodate-Hokuto ส่วน Hokuriku Shinkansen เชื่อม Tokyo ผ่าน Karuizawa, Nagano, Toyama, Kanazawa และ Fukui ไปถึง Tsuruga
อีกจุดที่ควรรู้คือ Akita Shinkansen และ Yamagata Shinkansen มีลักษณะเป็น Mini-Shinkansen รถจะวิ่งบน Tohoku Shinkansen ก่อน แล้วจึงเข้าสู่ทางรถไฟเดิมที่ได้รับการปรับปรุงให้รถ Shinkansen สามารถวิ่งต่อได้
Shinkansen มีชื่อขบวนอะไรบ้าง? ขบวนไหนเร็วหรือช้ากว่า
คำว่า “Shinkansen มีกี่ขบวน?” สามารถหมายถึงสองอย่าง ถ้าหมายถึงจำนวนเที่ยวรถที่วิ่งจริงในหนึ่งวัน จะไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะ JR สามารถเพิ่มหรือลดเที่ยวรถตามวัน ฤดูกาล ช่วงวันหยุด และจำนวนผู้โดยสาร
แต่ถ้าหมายถึง ชื่อบริการ Shinkansen ที่เห็นบนตั๋วและป้ายสถานี มีชื่อหลักที่นักท่องเที่ยวควรรู้ประมาณ 19 ชื่อ
Tokaido Shinkansen — Nozomi, Hikari, Kodama
Nozomi (のぞみ) จอดสถานีหลักน้อยที่สุดในกลุ่มนี้ จึงเป็นตัวเลือกที่ใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุดสำหรับเส้นทางยอดนิยม เช่น Tokyo–Kyoto และ Tokyo–Shin-Osaka
Hikari (ひかり) จอดมากกว่า Nozomi แต่ไม่ได้จอดทุกสถานี จึงอยู่กึ่งกลางระหว่าง Nozomi และ Kodama
Kodama (こだま) จอดทุกสถานีในช่วงที่ให้บริการ จึงใช้เวลาเดินทางนานกว่าอีกสองประเภท
Hikari → ระดับกลาง
Kodama → จอดมากที่สุด
Sanyo–Kyushu Shinkansen — Mizuho, Sakura, Tsubame
Mizuho (みずほ) เป็นบริการรวดเร็วของ Sanyo–Kyushu Shinkansen และจอดค่อนข้างน้อย เหมาะกับการเดินทางระยะไกล เช่น Shin-Osaka ไป Kumamoto หรือ Kagoshima-Chuo
Sakura (さくら) จอดมากกว่า Mizuho แต่ยังเป็นบริการที่รวดเร็ว และมีหลายเที่ยวที่เดินทางต่อเนื่องระหว่าง Sanyo และ Kyushu
Tsubame (つばめ) เน้นการเดินทางภายใน Kyushu และจอดสถานีมากกว่า Mizuho และ Sakura
Nishi Kyushu Shinkansen — Kamome
Kamome (かもめ) คือ Shinkansen ที่วิ่งระหว่าง Takeo-Onsen กับ Nagasaki อย่าสับสนกับ Relay Kamome ซึ่งเป็น Limited Express สำหรับเชื่อม Hakata กับ Takeo-Onsen
Tohoku–Hokkaido Shinkansen — Hayabusa, Hayate, Yamabiko, Nasuno
Hayabusa (はやぶさ) เป็นบริการรวดเร็วหลักของ Tohoku Shinkansen วิ่งจาก Tokyo ไป Sendai, Morioka และ Shin-Aomori โดยบางเที่ยวเดินทางต่อเข้าสู่ Hokkaido Shinkansen
Hayate (はやて) ยังมีให้บริการในเครือข่าย Tohoku–Hokkaido แต่มีจำนวนเที่ยวจำกัดกว่า Hayabusa
Yamabiko (やまびこ) จอดมากกว่า Hayabusa และใช้เดินทางไปเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาค Tohoku ขณะที่ Nasuno (なすの) เน้นการเดินทางระยะสั้นจาก Tokyo ไปพื้นที่ตอนเหนือของ Kanto
Akita และ Yamagata Shinkansen — Komachi, Tsubasa
Komachi (こまち) วิ่งระหว่าง Tokyo กับ Akita โดยช่วง Tokyo–Morioka สามารถวิ่งเชื่อมอยู่กับ Hayabusa ก่อนแยกขบวนที่ Morioka แล้วเดินทางต่อไป Kakunodate และ Akita
Tsubasa (つばさ) วิ่งจาก Tokyo ผ่าน Fukushima ไป Yamagata และ Shinjo ปัจจุบันมีรถ E8 Series รุ่นใหม่ที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงบนช่วง Tohoku Shinkansen ก่อนลดความเร็วเมื่อเข้าสู่เส้นทาง Mini-Shinkansen
Joetsu และ Hokuriku Shinkansen
Joetsu Shinkansen มีบริการหลักคือ Toki (とき) ซึ่งใช้เดินทางระหว่าง Tokyo กับ Niigata และ Tanigawa (たにがわ) ซึ่งเน้นเส้นทางสั้นกว่า เช่น Tokyo–Takasaki–Echigo-Yuzawa
Hokuriku Shinkansen มี Kagayaki (かがやき) ซึ่งจอดสถานีหลักน้อยกว่า, Hakutaka (はくたか) ซึ่งจอดมากขึ้น, Asama (あさま) ที่เน้นเส้นทาง Tokyo–Nagano และ Tsurugi (つるぎ) สำหรับพื้นที่ฝั่ง Hokuriku
| สาย | ชื่อบริการหลัก |
|---|---|
| Tokaido | Nozomi / Hikari / Kodama |
| Sanyo–Kyushu | Mizuho / Sakura / Tsubame |
| Nishi Kyushu | Kamome |
| Tohoku–Hokkaido | Hayabusa / Hayate Yamabiko / Nasuno |
| Akita | Komachi |
| Yamagata | Tsubasa |
| Joetsu | Toki / Tanigawa |
| Hokuriku | Kagayaki / Hakutaka Asama / Tsurugi |
จุดสำคัญคือ ชื่อขบวนไม่ได้บอกเพียงความเร็วสูงสุดของรถ แต่ยังบอกลักษณะการให้บริการและจำนวนสถานีที่จอด รถรุ่นเดียวกันจึงอาจใช้เวลาเดินทางไม่เท่ากัน เพราะมีรูปแบบการจอดต่างกัน
Shinkansen เร็วแค่ไหน? ความเร็วแต่ละสายไม่เท่ากัน
Shinkansen ไม่ได้วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเท่ากันทุกสาย และรถไม่ได้วิ่งที่ความเร็วสูงสุดตลอดเส้นทาง เพราะต้องลดความเร็วตามสถานี ทางโค้ง สภาพทาง และข้อจำกัดของโครงสร้างในแต่ละช่วง
| สาย / พื้นที่ | ความเร็วสูงสุด | ตัวอย่างขบวน |
|---|---|---|
| Tohoku | 320 km/h | Hayabusa |
| Tokaido | 285 km/h | Nozomi / Hikari / Kodama |
| Sanyo | 300 km/h | Nozomi / Mizuho / Sakura |
| Joetsu | ประมาณ 275 km/h | Toki / Tanigawa |
| Hokuriku | ประมาณ 260 km/h | Kagayaki / Hakutaka |
| Yamagata E8 | 300 km/h บางช่วง | Tsubasa |
Hayabusa บางช่วงบน Tohoku Shinkansen สามารถให้บริการด้วยความเร็วสูงสุดถึง 320 km/h ขณะที่ Tokaido Shinkansen ซึ่งนักท่องเที่ยวใช้เดินทาง Tokyo–Kyoto–Osaka มีความเร็วสูงสุดประมาณ 285 km/h
อย่างไรก็ตาม เวลาเลือกตั๋วไม่ควรดูเพียงตัวเลข km/h เพราะสิ่งที่ส่งผลต่อเวลาเดินทางอย่างมากคือ จำนวนสถานีที่จอด
เวลาเดินทางจริง = ขึ้นอยู่กับระยะทางและจำนวนสถานีที่จอดด้วย
ที่นั่ง Shinkansen มีกี่แบบ? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่นั่ง Shinkansen สามารถแบ่งให้เข้าใจง่ายเป็น Non-Reserved Seat, Ordinary Reserved Seat, Green Car และ GranClass แต่ไม่ได้หมายความว่ารถทุกขบวนจะมีที่นั่งครบทั้ง 4 แบบ
Non-Reserved Seat — 自由席
Non-Reserved Seat หรือ 自由席 (Jiyūseki) คือที่นั่งแบบไม่ระบุหมายเลข หลังขึ้นรถแล้วผู้โดยสารเลือกที่นั่งว่างในตู้ Non-Reserved ได้เอง หากรถเต็มอาจไม่มีที่นั่ง
Ordinary Reserved Seat — 指定席
Reserved Seat หรือ 指定席 (Shiteiseki) คือที่นั่งที่กำหนดหมายเลขตู้ แถว และเลขที่นั่งไว้แน่นอน เช่น Car 6 / Seat 10A จึงสะดวกสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางช่วงคนเยอะ
Green Car — グリーン車
Green Car เป็นชั้นโดยสารที่สูงกว่า Ordinary Car โดยทั่วไปที่นั่งกว้างขึ้น พื้นที่ระหว่างแถวมากขึ้น และมีจำนวนผู้โดยสารต่อแถวน้อยกว่า
GranClass — グランクラス
GranClass เป็นชั้นโดยสารระดับสูงกว่า Green Car มีเฉพาะ Shinkansen บางเส้นทาง เช่น Tohoku, Hokkaido, Hokuriku และ Joetsu เน้นพื้นที่ส่วนตัวและความสะดวกสบายระดับสูง
| ประเภท | ระบุที่นั่ง | ความสบาย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Non-Reserved | ไม่มี | มาตรฐาน | เดินทางยืดหยุ่น |
| Reserved | มี | มาตรฐาน | นักท่องเที่ยวทั่วไป |
| Green Car | มี | กว้างขึ้น | เดินทางไกล |
| GranClass | มี | สูงสุด | ต้องการความพรีเมียม |
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป Ordinary Reserved Seat เป็นตัวเลือกที่ใช้ง่ายที่สุด เพราะมีที่นั่งแน่นอน สามารถจองให้นั่งติดกันได้ และไม่ต้องจ่ายเพิ่มถึงระดับ Green Car
ซื้อตั๋ว Shinkansen ได้ที่ไหน? รับตั๋วยังไง? และคืนเงินได้ไหม?
ตั๋ว Shinkansen สามารถซื้อได้ทั้งหลังเดินทางถึงญี่ปุ่นและจองล่วงหน้าทางออนไลน์ นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องพูดภาษาญี่ปุ่น เพราะเครื่องจำหน่ายตั๋วหลักของ JR มีเมนูภาษาอังกฤษ และสามารถเลือกต้นทาง ปลายทาง วันเดินทาง ขบวน และประเภทที่นั่งได้
ซื้อตั๋วที่สถานี JR
สามารถซื้อได้จาก เครื่องจำหน่ายตั๋วสำหรับ Shinkansen / Limited Express หรือเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วของ JR ภายในสถานีใหญ่ หากซื้อกับเจ้าหน้าที่ควรเตรียมข้อมูลต้นทาง ปลายทาง วันที่ เวลาโดยประมาณ จำนวนผู้โดยสาร ชื่อขบวน และประเภทที่นั่งที่ต้องการ
จองตั๋วออนไลน์
เส้นทาง Tokaido–Sanyo–Kyushu Shinkansen สามารถใช้บริการจองออนไลน์ทางการ เช่น SmartEX / Shinkansen Online Reservation ส่วนเส้นทางฝั่ง JR East มีระบบ JR-EAST Train Reservation และ JR แต่ละภูมิภาคก็มีระบบจองของตนเอง
สำหรับ SmartEX สามารถจองจากต่างประเทศได้ และการจองบางประเภทสามารถใช้ QR Code บนโทรศัพท์ผ่านประตู Shinkansen ได้โดยไม่จำเป็นต้องรับตั๋วกระดาษก่อน
จองออนไลน์แล้วต้องแลกตั๋วไหม?
ขึ้นอยู่กับระบบที่ใช้จอง จึงไม่ควรคิดว่าการจองออนไลน์ทุกแบบต้องนำ Voucher ไปแลกเป็นตั๋วกระดาษเหมือนกันทั้งหมด บางบริการใช้ QR Code หรือผูกกับ IC Card ได้โดยตรง ขณะที่บางบริการต้องรับตั๋วหรือพาสจริงจากเครื่องหรือเคาน์เตอร์ที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น การซื้อ JR EAST PASS ออนไลน์ต้องรับพาสหลังเดินทางถึงญี่ปุ่น โดยสามารถรับจาก Reserved Seat Ticket Vending Machine ที่มีเครื่องอ่าน Passport หรือ Travel Service Center ที่รองรับ และต้องใช้ Passport ตัวจริงตามเงื่อนไข
คำแนะนำ: ก่อนชำระเงินออนไลน์ ควรอ่านหัวข้อ “How to collect / Pick up / How to board” ของบริการที่จองทุกครั้ง เพราะวิธีรับตั๋วและวิธีผ่านประตูอัตโนมัติของแต่ละระบบไม่เหมือนกัน
เปลี่ยนเวลาและคืนตั๋ว Shinkansen ได้ไหม?
ตั๋ว JR ปกติที่ยังไม่ได้ใช้งานสามารถเปลี่ยนเป็นตั๋วประเภทเดียวกันได้ 1 ครั้งโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการเปลี่ยน ตามเงื่อนไขทั่วไป แต่หากเป็น Reserved Seat ต้องดำเนินการก่อนเวลารถออกตามตาราง
กรณีคืนตั๋ว Reserved Seat ปกติ ก่อนรถออกสามารถขอคืนเงินได้ แต่มีค่าธรรมเนียม โดยกฎทั่วไปของ JR ระบุว่า หากคืนจนถึง 2 วันก่อนรถออก ค่าธรรมเนียมส่วน Reserved Seat อยู่ที่ 340 เยน ส่วนตั้งแต่ 1 วันก่อนเดินทางจนถึงก่อนเวลารถออก ค่าธรรมเนียมส่วนดังกล่าวคิด 30% และไม่น้อยกว่า 340 เยน
หากปล่อยให้รถ Reserved Seat ที่จองไว้ออกไปแล้ว โดยทั่วไปตั๋ว Reserved Seat ดังกล่าวจะไม่สามารถขอคืนเงินแบบเดิมได้ ดังนั้นหากรู้ว่าจะไม่ได้เดินทางควรเปลี่ยนหรือยกเลิกก่อนเวลารถออก
ระวัง: ตั๋วส่วนลด ตั๋วโปรโมชั่น ตั๋วที่ซื้อผ่านระบบออนไลน์บางประเภท และ Rail Pass อาจมีเงื่อนไขการเปลี่ยนหรือคืนเงินต่างจากตั๋ว JR ปกติ ควรตรวจสอบกฎของผลิตภัณฑ์ที่ซื้อโดยตรง
ใช้ JAPAN RAIL PASS และ JR Regional Pass ขึ้น Shinkansen ได้ไหม?
JAPAN RAIL PASS สามารถใช้ขึ้น Shinkansen ได้หลายสาย ภายใต้เงื่อนไขของพาส เช่น Hikari, Kodama, Sakura และ Shinkansen อื่นที่อยู่ในขอบเขตที่พาสรองรับ แต่มีข้อยกเว้นสำคัญสำหรับ Nozomi และ Mizuho
ปัจจุบันผู้ถือ JAPAN RAIL PASS สามารถขึ้น Nozomi หรือ Mizuho ได้เมื่อซื้อ [ONLY WITH JAPAN RAIL PASS] NOZOMI MIZUHO Ticket เพิ่มสำหรับช่วงทางและประเภทที่นั่งที่ต้องการใช้ หากมีเพียง JAPAN RAIL PASS โดยไม่ได้ซื้อบัตรเสริมดังกล่าว จะไม่สามารถใช้ Nozomi หรือ Mizuho ตามเงื่อนไขปกติของพาสได้
แล้ว JR Regional Pass ใช้ Shinkansen ได้ไหม?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับพาสแต่ละใบ เพราะ JR Regional Pass ถูกออกแบบตามพื้นที่และไม่ได้ครอบคลุม Shinkansen เหมือนกันทั้งหมด
| ตัวอย่างพาส | การใช้ Shinkansen |
|---|---|
| JAPAN RAIL PASS | Nozomi / Mizuho ต้องมีบัตรเสริม |
| JR EAST PASS | ใช้ Shinkansen ในเขตที่กำหนด |
| Sanyo-San’in Northern Kyushu Pass | ใช้ Shinkansen บางช่วงที่กำหนด |
| Kansai Mini Pass | ไม่รวม Shinkansen |
ตัวอย่างเช่น JR EAST PASS ใช้ Tohoku Shinkansen และ Shinkansen ของ JR East ภายในพื้นที่ที่พาสกำหนดได้ แต่ ไม่สามารถใช้ Tokaido Shinkansen เพราะเส้นทางดังกล่าวดำเนินการโดย JR Central
ในทางกลับกัน พาสของ JR West บางประเภทครอบคลุม Sanyo Shinkansen และบางช่วงของ Kyushu หรือ Nishi Kyushu Shinkansen แต่ไม่ได้หมายความว่าพาสทุกใบของ JR West จะขึ้น Shinkansen ได้ เช่น Kansai Mini Pass ไม่ครอบคลุมทั้ง Tokaido และ Sanyo Shinkansen
มีคำว่า JR Pass ไม่ได้แปลว่าจะขึ้น Shinkansen ได้ทุกสาย
ต้องดูทั้ง ชื่อพาส + พื้นที่ + ชื่อขบวน + ประเภทที่นั่ง
Shinkansen มี Wi-Fi และปลั๊กไฟไหม?
Shinkansen หลายสายมีทั้ง Free Wi-Fi และปลั๊กไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์ แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับเส้นทางและรุ่นรถ จึงไม่ควรสรุปว่าที่นั่งทุกที่ของ Shinkansen ทุกขบวนมีปลั๊กไฟเหมือนกัน
Free Wi-Fi
บน Tokaido, Sanyo และ Kyushu Shinkansen มีบริการ Shinkansen_Free_Wi-Fi บนรถทุกขบวนตามข้อมูลของ JR Central ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อด้วยโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ และลงทะเบียนตามขั้นตอนที่ระบบแสดง
บริการ Wi-Fi บนรถไฟเป็นเครือข่ายสาธารณะและคุณภาพสัญญาณอาจเปลี่ยนไปตามพื้นที่ อุโมงค์ จำนวนผู้ใช้งาน และสภาพการเชื่อมต่อ หากต้องทำงานสำคัญหรือประชุมออนไลน์ ไม่ควรพึ่ง Wi-Fi บนรถเพียงอย่างเดียว
ปลั๊กไฟอยู่ตรงไหน?
ตำแหน่งปลั๊กขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ตัวอย่างเช่น N700S ที่ใช้บน Tokaido Shinkansen มีปลั๊กไฟสำหรับอุปกรณ์มือถือที่ทุกที่นั่ง
แต่รถ N700A และ N700 รุ่นเดิม บน Tokaido Shinkansen จะมีปลั๊กทุกที่นั่งใน Green Car ส่วน Ordinary Car โดยทั่วไปมีที่นั่งริมหน้าต่าง และแถวด้านหน้า/ด้านหลังของตู้
สำหรับรถ N700 Series ที่ใช้กับ Sanyo–Kyushu Shinkansen ก็มีปลั๊กที่ Green Car ทุกที่นั่ง และใน Ordinary Car บริเวณริมหน้าต่างรวมถึงแถวหน้าและท้ายรถ ขณะที่ Nishi Kyushu Shinkansen Kamome มีจุดชาร์จสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง
ถ้าจำเป็นต้องชาร์จโน้ตบุ๊กหรือโทรศัพท์ระหว่างทาง: ควรตรวจรุ่นรถและผังที่นั่งของเที่ยวที่จองก่อน โดยเฉพาะรถรุ่นที่ไม่ใช่ N700S เพราะ Ordinary Car บางรุ่นไม่ได้มีปลั๊กทุกที่นั่ง
นำกระเป๋าขนาดไหนขึ้น Shinkansen ได้?

Shinkansen ไม่มีช่องโหลดสัมภาระใต้ท้องรถแบบเครื่องบินหรือรถบัส ผู้โดยสารจึงต้องนำกระเป๋าขึ้นรถและดูแลสัมภาระของตนเอง โดยสามารถใช้ชั้นวางเหนือที่นั่ง พื้นที่บริเวณที่นั่ง หรือพื้นที่เก็บสัมภาระที่จัดไว้ในรถแต่ละรุ่น
กฎสัมภาระทั่วไปของ JR อนุญาตให้นำสัมภาระขึ้นรถได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงสุด 2 ชิ้นต่อคน โดยแต่ละชิ้นต้องอยู่ภายในข้อกำหนดเรื่องขนาดและน้ำหนัก
จำนวน: ไม่เกิน 2 ชิ้นต่อคน
ขนาด: กว้าง + ยาว + สูง รวมไม่เกิน 250 cm
ด้านที่ยาวที่สุด: ไม่เกิน 2 เมตร
น้ำหนัก: ไม่เกิน 30 kg ต่อชิ้น
กระเป๋า 3 ด้านรวมไม่เกิน 160 cm
ถ้า กว้าง + ยาว + สูง รวมไม่เกิน 160 cm โดยทั่วไปสามารถนำขึ้น Shinkansen และจัดเก็บบนชั้นวางสัมภาระหรือบริเวณพื้นที่ของที่นั่งได้ โดยไม่ต้องจองที่นั่งสำหรับกระเป๋าขนาดใหญ่
นักท่องเที่ยวไม่ควรดูเพียงคำว่า “24 นิ้ว”, “28 นิ้ว” หรือ “30 นิ้ว” เพราะกระเป๋าแต่ละยี่ห้อมีความกว้างและความหนาไม่เท่ากัน วิธีที่แม่นที่สุดคือ วัดขนาดจริงทั้งสามด้านแล้วนำมาบวกกัน
กระเป๋าเกิน 160 cm แต่ไม่เกิน 250 cm
หากผลรวมสามด้าน เกิน 160 cm แต่ไม่เกิน 250 cm จะเข้ากลุ่ม Oversized Baggage สำหรับ Tokaido, Sanyo, Kyushu และ Nishi Kyushu Shinkansen และต้องจองที่นั่งที่รองรับกระเป๋าขนาดใหญ่ตามเงื่อนไข
ยังไม่เกินเกณฑ์ 160 cm
90 × 50 × 30 cm = 170 cm
เข้ากลุ่ม Oversized Baggage
สายไหนต้องจอง Oversized Baggage?
- Tokaido Shinkansen — Tokyo ถึง Shin-Osaka
- Sanyo Shinkansen — Shin-Osaka ถึง Hakata
- Kyushu Shinkansen — Hakata ถึง Kagoshima-Chuo
- Nishi Kyushu Shinkansen — Takeo-Onsen ถึง Nagasaki
หนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้โดยสารที่มีกระเป๋าใบใหญ่คือ Seat with Oversized Baggage Area ซึ่งเป็นที่นั่งที่มีสิทธิใช้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังเบาะแถวสุดท้ายของตู้ที่กำหนด
หากนำกระเป๋าที่เข้าเกณฑ์ Oversized Baggage ขึ้นรถในเส้นทางที่กำหนดโดยไม่ได้จองตามเงื่อนไข อาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 1,000 เยน และต้องนำกระเป๋าไปเก็บในพื้นที่ที่พนักงานกำหนด
Tohoku, Joetsu และ Hokuriku ใช้กฎเดียวกันไหม?
Shinkansen ฝั่ง JR East เช่น Tohoku, Hokkaido, Akita, Yamagata, Joetsu และ Hokuriku ไม่ได้ใช้ระบบจอง Oversized Baggage 160 cm แบบเดียวกับ Tokaido–Sanyo–Kyushu
รถหลายรุ่นมีพื้นที่เก็บสัมภาระภายในรถ แต่พื้นที่มีจำกัดและไม่ได้รับประกันว่าจะว่าง โดยเฉพาะฤดู Ski ที่มีผู้โดยสารนำกระเป๋า Ski และ Snowboard ขึ้นรถจำนวนมาก
หากเดินทางหลายคนและแต่ละคนมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ การใช้บริการส่งกระเป๋าอย่าง Takkyubin (宅急便) หรือ Luggage Delivery จากโรงแรมหนึ่งไปยังอีกโรงแรมหนึ่ง อาจช่วยให้เดินทางด้วย Shinkansen สะดวกขึ้น
นำจักรยาน อุปกรณ์กีฬา รถเข็นเด็ก และเครื่องดนตรี ขึ้น Shinkansen ได้ไหม?
สามารถนำขึ้น Shinkansen ได้ แต่มีเงื่อนไขแตกต่างจากกระเป๋าเดินทางทั่วไป และผู้โดยสารต้องจัดเก็บสิ่งของให้ปลอดภัย ไม่กีดขวางทางเดิน ประตู หรือผู้โดยสารคนอื่น
| สิ่งของ | นำขึ้นได้ไหม | เงื่อนไขหลัก |
|---|---|---|
| จักรยาน | ได้ | พับหรือถอดและใส่ถุง |
| Ski / Snowboard | ได้ | ใส่ถุงหรือเคส |
| รถเข็นเด็ก | ได้ | ห้ามกีดขวางทางเดิน |
| เครื่องดนตรี | ได้ | ใส่เคสและเก็บให้ปลอดภัย |
จักรยาน ต้องพับหรือถอดชิ้นส่วนและใส่ในถุงสำหรับจักรยาน เช่น Rinko Bag ให้มิดชิด ไม่ควรนำจักรยานที่ประกอบพร้อมใช้งานทั้งคันขึ้นรถตามปกติ
อุปกรณ์กีฬา เช่น Ski, Snowboard หรือ Surfboard สามารถนำขึ้นได้เมื่อบรรจุและจัดเก็บอย่างเหมาะสม โดยต้องไม่กีดขวางทางเดินหรือรบกวนผู้โดยสารคนอื่น
รถเข็นเด็ก สามารถนำขึ้น Shinkansen ได้ และไม่จำเป็นต้องพับตลอดเวลา แต่ต้องไม่วางกีดขวางทางเดินหรือประตู หากรถมีผู้โดยสารหนาแน่น การพับรถเข็นจะช่วยให้ใช้พื้นที่ได้สะดวกขึ้น
เครื่องดนตรี สามารถนำขึ้นได้หากบรรจุในเคสและสามารถจัดเก็บภายในรถได้อย่างปลอดภัย
สรุป Shinkansen สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่
Shinkansen คือระบบรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่น โดยเส้นทางที่นักท่องเที่ยวควรรู้จักสามารถแบ่งได้เป็นประมาณ 10 สายหลัก ตั้งแต่ Hokkaido Shinkansen ทางเหนือไปจนถึง Kyushu และ Nishi Kyushu Shinkansen ทางใต้
ชื่ออย่าง Nozomi, Hikari, Kodama, Hayabusa, Kagayaki หรือ Sakura เป็นชื่อบริการ ส่วน N700S, E5, E7 หรือ E8 เป็นชื่อรุ่นรถ และ Tokaido, Tohoku หรือ Hokuriku คือชื่อสาย
เรื่องที่นั่ง หากเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป Ordinary Reserved Seat เป็นตัวเลือกที่ใช้ง่าย เพราะมีเลขที่นั่งแน่นอน หากต้องการพื้นที่และความสบายเพิ่มสามารถเลือก Green Car ส่วน GranClass เหมาะกับผู้ที่ต้องการความพรีเมียมมากขึ้น
สำหรับผู้ใช้ JAPAN RAIL PASS หรือ JR Regional Pass ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของพาสก่อนเลือกขบวนเสมอ เพราะพาสแต่ละประเภทครอบคลุมเส้นทางและ Shinkansen ไม่เหมือนกัน
ส่วนผู้ที่มีกระเป๋าใบใหญ่ ควรจำตัวเลข 160 cm และ 250 cm และตรวจสอบเงื่อนไข Oversized Baggage ของสายที่กำลังเดินทางก่อนขึ้นรถ
FAQ คำถามเกี่ยวกับ Shinkansen
Shinkansen คืออะไร?
Shinkansen (新幹線) คือระบบรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่น ใช้เชื่อมเมืองและภูมิภาคสำคัญทั่วประเทศ โดยบางช่วงสามารถให้บริการด้วยความเร็วสูงสุดถึง 320 km/h
Shinkansen มีกี่สาย?
สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถทำความเข้าใจเป็น 10 เส้นทางหลัก ได้แก่ Hokkaido, Tohoku, Akita, Yamagata, Joetsu, Hokuriku, Tokaido, Sanyo, Kyushu และ Nishi Kyushu Shinkansen
ชื่อสายกับชื่อขบวน Shinkansen ต่างกันอย่างไร?
ชื่อสาย เช่น Tokaido Shinkansen หมายถึงเส้นทางที่รถวิ่ง ส่วน Nozomi, Hikari หรือ Kodama เป็นชื่อบริการ ขณะที่ N700S เป็นชื่อรุ่นของตัวรถ
Shinkansen ขบวนไหนเร็วที่สุด?
Hayabusa บางช่วงบน Tohoku Shinkansen สามารถให้บริการด้วยความเร็วสูงสุดถึง 320 km/h ส่วน Tokyo–Kyoto–Osaka ขบวน Nozomi ใช้เวลาน้อยกว่า Hikari และ Kodama เพราะจอดสถานีน้อยกว่า
Nozomi, Hikari และ Kodama ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสามเป็นบริการบน Tokaido Shinkansen โดย Nozomi จอดน้อยและใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุด Hikari จอดเพิ่มขึ้น ส่วน Kodama จอดทุกสถานีในช่วงที่ให้บริการ
Shinkansen มีที่นั่งแบบไหนบ้าง?
ประเภทหลักคือ Non-Reserved Seat, Ordinary Reserved Seat และ Green Car ส่วน Shinkansen บางสายมี GranClass ซึ่งเป็นระดับพรีเมียมสูงกว่า Green Car
ใช้ JAPAN RAIL PASS ขึ้น Shinkansen ได้ไหม?
ได้หลายสาย แต่ Nozomi และ Mizuho ต้องซื้อ [ONLY WITH JAPAN RAIL PASS] NOZOMI MIZUHO Ticket เพิ่ม ส่วน JR Regional Pass ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของพาสแต่ละใบ เพราะบางพาสครอบคลุม Shinkansen และบางพาสไม่ครอบคลุม
ซื้อตั๋ว Shinkansen ที่ไหนได้บ้าง?
ซื้อได้จากเครื่องจำหน่ายตั๋ว Shinkansen / Limited Express เคาน์เตอร์ JR หรือจองออนไลน์ผ่านบริการทางการของ JR เช่น SmartEX และ JR-EAST Train Reservation
Shinkansen มี Wi-Fi และปลั๊กไฟไหม?
มีในหลายสายและหลายรุ่นรถ โดย Tokaido, Sanyo และ Kyushu Shinkansen มี Shinkansen Free Wi-Fi ส่วนตำแหน่งปลั๊กแตกต่างตามรุ่นรถ เช่น N700S มีปลั๊กทุกที่นั่ง
กระเป๋า 28 นิ้วขึ้น Shinkansen ได้ไหม?
ควรวัดกว้าง + ยาว + สูงจริง เพราะกระเป๋า 28 นิ้วแต่ละรุ่นมีขนาดต่างกัน หากสามด้านรวมเกิน 160 cm และใช้ Tokaido, Sanyo, Kyushu หรือ Nishi Kyushu Shinkansen จะเข้ากฎ Oversized Baggage
จักรยาน รถเข็นเด็ก Ski และ Snowboard นำขึ้น Shinkansen ได้ไหม?
ได้ แต่ต้องจัดเก็บอย่างเหมาะสม จักรยานควรพับหรือถอดและใส่ถุงให้มิดชิด ส่วน Ski และ Snowboard ควรใส่ถุงหรือเคส รถเข็นเด็กสามารถนำขึ้นได้แต่ต้องไม่กีดขวางทางเดินหรือประตู
Shinkansen ไป Sapporo ได้หรือยัง?
ยังไม่ได้ ปัจจุบัน Hokkaido Shinkansen ไปถึง Shin-Hakodate-Hokuto เท่านั้น หากเดินทางต่อไป Sapporo ต้องต่อรถไฟหรือการเดินทางรูปแบบอื่น
Shinkansen จาก Hakata ตรงไป Nagasaki ได้ไหม?
ปัจจุบันยังไม่มี Shinkansen วิ่งตรงจาก Hakata ไป Nagasaki ผู้โดยสารต้องเดินทางจาก Hakata ไป Takeo-Onsen ก่อน แล้วเปลี่ยนเป็น Nishi Kyushu Shinkansen Kamome เพื่อเดินทางต่อไป Nagasaki
