Reserved Seat กับ Non-Reserved Seat ต่างกันยังไง? ขึ้น Shinkansen แบบไหนดี ปี 2026

🚄 อัปเดตข้อมูล: สิงหาคม 2026

  Reserved Seat คือที่นั่งที่จองหมายเลขที่นั่งไว้ล่วงหน้า และรับประกันว่ามีที่นั่งตาม   ขบวนที่เลือก ส่วน Non-Reserved Seat ไม่กำหนดหมายเลขที่นั่ง ราคาถูกกว่าและยืดหยุ่นกว่า แต่มีโอกาสต้องยืนหากที่นั่งเต็ม

สำหรับคนไทยที่เดินทางด้วย Shinkansen ครั้งแรก การเลือกว่าจะซื้อ Reserved Seat หรือ Non-Reserved Seat เป็นเรื่องที่ควรรู้ก่อนจองตั๋ว เพราะนอกจากราคาจะต่างกันแล้ว ยังมีผลต่อการเลือกเวลาเดินทาง การนั่งด้วยกันเป็นกลุ่ม การเดินทางพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ และการเดินทางในช่วงวันหยุดของญี่ปุ่นด้วย

ที่สำคัญคือ Shinkansen ไม่ได้มี Non-Reserved Seat ทุกขบวน และตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา JR มีการปรับกฎในช่วงที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก เช่น Nozomi บน Tokaido–Sanyo Shinkansen ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นขบวนแบบจองที่นั่งทั้งหมดในช่วงพีกบางวันของปี 2026 สามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้จาก JR Central

Reserved Seat บน Shinkansen
Photo: Ravi Dwivedi / Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0
จำง่ายที่สุด: Reserved Seat = มีที่นั่งแน่นอน   |   Non-Reserved Seat = ถูกกว่า แต่ต้องหาที่นั่งเอง

Reserved Seat กับ Non-Reserved Seat คืออะไร ต่างกันตรงไหน?

💺 Reserved Seat

Reserved Seat (指定席 / Shiteiseki) คือที่นั่งแบบระบุหมายเลข เมื่อซื้อตั๋วจะกำหนดทั้งวันที่ ขบวน เวลา ตู้โดยสาร และหมายเลขที่นั่ง เช่น Car 7 Seat 12-E ผู้โดยสารจึงมีที่นั่งแน่นอนเมื่อขึ้นขบวนตามที่จอง

🎫 Non-Reserved Seat

Non-Reserved Seat (自由席 / Jiyūseki) คือที่นั่งที่ไม่ได้กำหนดหมายเลข ผู้โดยสารต้องขึ้นตู้ Non-Reserved แล้วเลือกนั่งจากที่ว่าง หากเต็มอาจต้องยืนจนกว่าจะมีที่นั่งว่าง

ที่นั่งภายในขบวน Shinkansen
Photo: MaedaAkihiko / Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0

ข้อดีอีกอย่างของการจองที่นั่งล่วงหน้าคือสามารถเลือกตำแหน่งที่ต้องการได้ เช่น ริมหน้าต่าง ริมทางเดิน หรือนั่งติดกันหลายคน หากจองผ่านระบบที่รองรับการเลือก Seat Map

ส่วนที่นั่งแบบไม่ระบุหมายเลขคือที่นั่งที่ไม่ได้กำหนดหมายเลข ผู้โดยสารต้องขึ้นไปยังตู้ที่ระบุว่าเป็น Non-Reserved แล้วเลือกนั่งจากที่ว่าง หากเต็มจะต้องยืนและรอจนมีผู้โดยสารลงระหว่างทางจึงค่อยนั่งได้ JR ระบุชัดว่าตั๋วประเภทนี้ใช้ได้เฉพาะพื้นที่ Non-Reserved ไม่ใช่เห็นเก้าอี้ Reserved ว่างแล้วสามารถเข้าไปนั่งได้ สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทตั๋วได้จาก JR Central

หัวข้อReserved SeatNon-Reserved Seat
มีหมายเลขที่นั่งมีไม่มี
รับประกันว่ามีที่นั่งมีไม่มี
เลือกริมหน้าต่าง / ทางเดินได้เมื่อมีที่ว่างเลือกจากที่เหลือบนขบวน
นั่งติดกันหลายคนจัดได้ง่ายกว่าไม่รับประกัน
ความยืดหยุ่นเรื่องเวลาน้อยกว่ามากกว่า
ราคาสูงกว่าเล็กน้อยถูกกว่า
เหมาะกับครอบครัว / กลุ่มใหญ่ / ช่วงคนเยอะเดินทางคนเดียว / ตารางยืดหยุ่น

ถ้าเดินทางระยะไกล 2–4 ชั่วโมง หรือมีเด็กและผู้สูงอายุ การจองที่นั่งล่วงหน้ามักคุ้มกว่าส่วนต่างราคา เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการยืนหรือแยกที่นั่งกัน

🚄

Reserved Seat แพงกว่า Non-Reserved Seat เท่าไหร่?

ลองดูตัวอย่างเส้นทางยอดนิยม Tokyo Station → Shin-Osaka Station บน Tokaido Shinkansen ระยะทางประมาณ 552.6 กิโลเมตร โดย Nozomi ใช้เวลาเร็วที่สุดประมาณ 2 ชั่วโมง 21 นาที และเที่ยวทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

ข้อมูลระยะทางและเวลาการเดินทางสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้จาก JR Central

ราคาผู้ใหญ่เที่ยวเดียวในช่วงราคาปกติ ตัวอย่างปัจจุบันเป็นดังนี้

ประเภทTokyo → Shin-Osakaต่างจาก Non-Reserved
Nozomi Non-Reserved¥13,870—
Nozomi Reserved¥14,720+¥850
Hikari / Kodama Non-Reserved¥13,870—
Hikari / Kodama Reserved¥14,400+¥530

JR Central Tours อัปเดตตารางราคาดังกล่าวในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยระบุว่าค่าโดยสารของที่นั่งแบบจอง สามารถเปลี่ยนตามช่วงฤดูกาลได้ สามารถดูรายละเอียดได้จาก JR Central Tours

จึงเห็นได้ว่า ส่วนต่างระหว่าง Reserved กับ Non-Reserved ไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับค่าโดยสารทั้งหมด เช่น Tokyo–Shin-Osaka บน Nozomi ต่างกันประมาณ ¥850 แต่ผู้โดยสารได้รับที่นั่งแน่นอนตลอดเส้นทางกว่า 550 กิโลเมตร

สำหรับคนที่เดินทางคนเดียวในวันธรรมดา และสามารถเลื่อนเวลาได้ การประหยัด ¥500–¥900 อาจมีเหตุผล แต่ถ้าเดินทาง 2–5 คนพร้อมกระเป๋า หรือจำเป็นต้องถึงปลายทางตามเวลาที่กำหนด การจองที่นั่งล่วงหน้าจะวางแผนง่ายกว่ามาก

หมายเหตุ: ราคาจริงอาจต่างจากตัวอย่างตามฤดูกาล ประเภทขบวน โปรโมชั่น และช่องทางจอง เช่น SmartEX ดังนั้นควรตรวจราคาอีกครั้งในวันที่ซื้อ โดย SmartEX เปิดให้จอง Tokaido–Sanyo–Kyushu Shinkansen ล่วงหน้าได้สูงสุดประมาณ 1 ปี ภายใต้เงื่อนไขของบริการ

ดูรายละเอียด: SmartEX

ซื้อตั๋วและจองที่นั่ง Shinkansen ได้ที่ไหน?

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วได้ทั้งที่เครื่องจำหน่ายตั๋วของ JR, เคาน์เตอร์ Midori-no-madoguchi และระบบออนไลน์ที่รองรับเส้นทางนั้น เช่น SmartEX สำหรับ Tokaido–Sanyo–Kyushu Shinkansen การจองออนไลน์เหมาะกับคนที่มีวันและเวลาเดินทางค่อนข้างแน่นอน เพราะสามารถตรวจขบวน เวลา และตำแหน่งที่นั่งก่อนถึงสถานีได้

หากซื้อที่สถานี ควรเผื่อเวลาสำหรับหาตู้จำหน่ายตั๋วและชานชาลา โดยเฉพาะสถานีขนาดใหญ่อย่าง Tokyo, Shinagawa, Kyoto และ Shin-Osaka ซึ่งมีหลายสายและหลายประตูตรวจตั๋ว ก่อนขึ้นรถควรเช็กชื่อขบวน หมายเลขตู้ และเวลาออกอีกครั้ง เพราะ Shinkansen แต่ละขบวนอาจมีรูปแบบตู้โดยสารต่างกัน

ถ้าพลาดขบวนที่จองไว้ ควรทำอย่างไร?

เงื่อนไขเมื่อพลาดขบวนขึ้นอยู่กับประเภทตั๋วและผลิตภัณฑ์ที่ซื้อ ตั๋วบางประเภทอาจอนุญาตให้เดินทางด้วยขบวนถัดไปในพื้นที่ที่กำหนด แต่สิทธิ์ในหมายเลขที่นั่งเดิมจะไม่ติดตามไปด้วย ขณะที่ตั๋วโปรโมชั่นบางชนิดมีเงื่อนไขเข้มกว่าตั๋วมาตรฐาน ดังนั้นหากรู้ว่าจะไปไม่ทัน ควรแก้ไขการจองก่อนเวลาออกเดินทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ JR ที่สถานีเพื่อดูเงื่อนไขของตั๋วที่ถืออยู่

🚄

Shinkansen ทุกขบวนมีตู้ Non-Reserved ไหม?

ไม่มี และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักเข้าใจผิดมากที่สุด

บน Tokaido Shinkansen ในช่วงปกติ ปัจจุบัน Nozomi มี Non-Reserved โดยทั่วไปที่ Car 1–2, Hikari ประมาณ Car 1–5 และ Kodama มีจำนวนตู้ Non-Reserved มากกว่า แต่หมายเลขตู้อาจแตกต่างตามขบวน จึงควรดูป้ายบนชานชาลา หรือตารางของขบวนที่จะเดินทางอีกครั้ง

สามารถตรวจข้อมูลประเภทที่นั่งได้จาก JR Central

⚠️ Nozomi ช่วงพีกต้องระวัง

Nozomi ที่วิ่งระหว่าง Tokyo–Hakata จะเป็นขบวนแบบจองที่นั่งทั้งหมดในช่วงพีกที่ JR กำหนด

สำหรับปีงบประมาณ 2026 มีช่วงสำคัญ เช่น 24 เมษายน–6 พฤษภาคม, 7–16 สิงหาคม, 18–23 กันยายน, 10–12 ตุลาคม, 21–23 พฤศจิกายน และ 25 ธันวาคม 2026–5 มกราคม 2027 รวมถึงวันหยุดยาวบางช่วงต้นปี 2027

ควรตรวจสอบวันที่ล่าสุดจาก JR Central ก่อนเดินทางทุกครั้ง

ช่วงดังกล่าว หากต้องการ นั่ง บน Nozomi จะต้องมีตั๋วระบุที่นั่งก่อนขึ้นรถ

และไม่ได้มีเพียง Nozomi เท่านั้น ขบวน Shinkansen บางประเภทของ JR East เป็น ขบวนแบบจองที่นั่งทั้งหมดตั้งแต่ต้น เช่น

  • Hayabusa — Tohoku / Hokkaido Shinkansen
  • Komachi — Akita Shinkansen
  • Tsubasa — Yamagata Shinkansen
  • Kagayaki — Hokuriku Shinkansen

JR East ระบุว่า Hayabusa, Komachi และ Tsubasa เป็นขบวนแบบจองที่นั่งทั้งหมด ขณะที่ Kagayaki ก็ไม่มีตู้ Non-Reserved เช่นกัน สามารถตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละสายได้จาก JR East

ดังนั้นก่อนซื้อตั๋วควรดู ชื่อขบวน ด้วย ไม่ควรดูเพียงชื่อสาย Shinkansen เพราะขบวนที่วิ่งอยู่บนสายเดียวกัน อาจมีกฎเรื่องที่นั่งต่างกัน

🚄

แบบไหนควรเลือกที่นั่งแบบจอง และแบบไหนเลือก Non-Reserved?

หากเป็นการเที่ยวญี่ปุ่นทั่วไป แนะนำการจองที่นั่งล่วงหน้ามากกว่า โดยเฉพาะเมื่อมีตารางเที่ยวต่อหลังลงจาก Shinkansen เพราะส่วนต่างราคามักไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับความแน่นอนที่ได้รับ

ที่นั่งแบบจองเหมาะเป็นพิเศษเมื่อเดินทางช่วงเช้าหรือเย็น วันศุกร์–อาทิตย์ วันหยุดญี่ปุ่น Golden Week, Obon และปีใหม่ รวมถึงกรณีเดินทางเป็นครอบครัว มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือกลุ่ม 3–5 คนที่ต้องการนั่งติดกัน

🗻 อยากเห็นภูเขาไฟฟูจิ?
ถ้าอยากดูภูเขาไฟฟูจิบน Tokaido Shinkansen การจองที่นั่งล่วงหน้า จะช่วยให้เลือกที่นั่งฝั่งที่ต้องการได้ง่ายกว่า โดยฝั่งที่เห็นฟูจิโดยทั่วไปคือ E Seat ของขบวน N700 / N700S

ส่วน Non-Reserved เหมาะกับคนที่เดินทางคนเดียว ไม่รีบ และต้องการความยืดหยุ่น เช่น ยังไม่แน่ใจว่าจะออกจาก Kyoto หรือ Osaka กี่โมง และพร้อมรอขบวนถัดไปหากตู้แรกคนแน่น

อีกกรณีที่ควรเลือก Reserved คือ มีกระเป๋าขนาดใหญ่มาก

บน Tokaido, Sanyo และ Kyushu Shinkansen หากผลรวมความยาว + กว้าง + สูงเกิน 160 ซม. แต่ไม่เกิน 250 ซม. จะเข้ากฎ Oversized Baggage และต้องจองที่นั่งที่รองรับพื้นที่สำหรับกระเป๋าประเภทนี้ โดยตู้ Non-Reserved ไม่มีการตั้งค่าที่นั่งพร้อม Oversized Baggage Area

พื้นที่เก็บกระเป๋าขนาดใหญ่บน Shinkansen
Photo: MaedaAkihiko / Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0

ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับกระเป๋าขนาดใหญ่ได้จาก SmartEX

🚄

นั่ง Shinkansen แล้วต่อรถเช่า ควรเลือกที่นั่งแบบไหน?

การใช้ Shinkansen + รถเช่า เป็นวิธีเที่ยวญี่ปุ่นที่สะดวกมาก เพราะสามารถใช้รถไฟความเร็วสูงข้ามเมืองใหญ่ก่อน แล้วค่อยรับรถเพื่อเที่ยวพื้นที่ที่รถไฟเข้าไม่ถึง

ตัวอย่างเช่น เดินทางจาก Tokyo ไป Kyoto หรือ Shin-Osaka ด้วย Shinkansen แล้วรับรถเช่าที่ปลายทางเพื่อขับต่อไปเที่ยวชนบท หรือเดินทางจาก Tokyo ไป Nagano แล้วรับรถเพื่อเที่ยวภูเขาและออนเซ็นรอบจังหวัด

ถ้า รับรถเช่าหลังลง Shinkansen แนะนำให้จองที่นั่งล่วงหน้า เพราะเราจะรู้เวลาเดินทางและเวลาถึงสถานีค่อนข้างชัด ทำให้กำหนดเวลารับรถกับสาขารถเช่าได้ง่ายกว่า

ในทางกลับกัน ถ้ากำลัง คืนรถเช่าแล้วต่อ Shinkansen ตารางอาจคลาดเคลื่อนจากรถติด การเติมน้ำมัน หรือขั้นตอนคืนรถ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยประมาณ 60–90 นาที ก่อนเวลา Shinkansen ที่จองไว้

หากไม่สามารถประเมินเวลาคืนรถได้แน่นอน และเส้นทางนั้นมีตู้ Non-Reserved การเลือก Non-Reserved ก็มีข้อดีเรื่องความยืดหยุ่น แต่ช่วงวันหยุดหรือเดินทางพร้อมครอบครัว แนะนำให้เผื่อเวลามากขึ้นแล้วจองที่นั่งล่วงหน้า จะสบายกว่า

สูตรวางแผนง่าย ๆ:Shinkansen สำหรับระยะทางไกลระหว่างเมือง + รถเช่าสำหรับเที่ยวในพื้นที่

แนวทางนี้ช่วยลดเวลาขับรถหลายร้อยกิโลเมตร และยังเที่ยวจุดที่ระบบขนส่งสาธารณะเข้าไม่สะดวกได้

🚄

FAQ คำถามที่พบบ่อย

มีตั๋ว Non-Reserved แต่นั่งที่นั่งระบุหมายเลขที่ว่างอยู่ได้ไหม?

ไม่ได้ โดยหลักต้องนั่งในตู้ที่ระบุเป็น ตู้ Non-Reserved เท่านั้น ที่นั่ง Reserved มีผู้โดยสารจองหมายเลขที่นั่งไว้แล้ว แม้ตอนที่ขึ้นรถจะยังไม่มีคนนั่ง ก็ไม่ควรเข้าไปใช้

ใช้ JAPAN RAIL PASS จองที่นั่งแบบระบุหมายเลขต้องจ่ายเพิ่มไหม?

สำหรับขบวนและที่นั่งที่ JAPAN RAIL PASS ครอบคลุม การจอง Ordinary Reserved ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และสามารถออกตั๋วระบุที่นั่ง ได้จากเครื่องที่รองรับหรือ Midori-no-madoguchi

ดูรายละเอียดได้จาก JAPAN RAIL PASS Official

อย่างไรก็ตาม Nozomi และ Mizuho ไม่สามารถใช้ JAPAN RAIL PASS ปกติขึ้นได้โดยตรง หากต้องการใช้ต้องซื้อ Nozomi / Mizuho Ticket เพิ่มเติม ตามเงื่อนไขที่ JR กำหนด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก JR Central

ตั๋ว Non-Reserved ถูกกว่าตั๋วแบบจองเสมอไหม?

สำหรับตั๋วมาตรฐานโดยทั่วไป Non-Reserved จะถูกกว่า แต่ราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับขบวน ฤดูกาล และผลิตภัณฑ์ที่ซื้อ บางโปรโมชั่นของ SmartEX หรือแพ็กเกจท่องเที่ยว อาจทำให้ตั๋วแบบจอง มีราคาถูกกว่าตั๋วมาตรฐานได้

ถ้าเดินทาง 3–4 คน ควรเลือกแบบไหนดี?

แนะนำให้จองที่นั่งล่วงหน้า เพราะสามารถเลือกที่นั่งให้อยู่ใกล้กันได้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง ส่วน Non-Reserved แม้จะมีที่ว่าง แต่ไม่มีหลักประกันว่าจะมีที่ติดกันครบทั้งกลุ่ม โดยเฉพาะเมื่อขึ้นจากสถานีระหว่างทาง

มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ควรเลือกที่นั่งแบบไหน?

หากเป็นกระเป๋าทั่วไปที่ไม่เกินเกณฑ์ Oversized Baggage สามารถใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่ถ้าผลรวม 3 ด้านเกิน 160 ซม. และไม่เกิน 250 ซม. บน Tokaido–Sanyo–Kyushu Shinkansen ควรจองที่นั่ง ที่รองรับ Oversized Baggage ตามกฎของ JR

ตรวจสอบรายละเอียดได้จาก SmartEX

สรุป ที่นั่งแบบจองกับ Non-Reserved เลือกแบบไหนดี?

ถ้าต้องการ ประหยัดและยืดหยุ่นเรื่องเวลา พร้อมยอมรับความเสี่ยงว่าจะไม่มีที่นั่ง เลือกตั๋ว Non-Reserved ได้ แต่ถ้าต้องการความแน่นอน เดินทางไกล ไปกันหลายคน มีเด็ก ผู้สูงอายุ กระเป๋าใหญ่ หรือต้องเดินทางช่วงวันหยุด การจองที่นั่งล่วงหน้าเป็นตัวเลือกที่แนะนำมากกว่า

โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมอย่าง Tokyo–Kyoto–Shin-Osaka ส่วนต่างราคามักอยู่เพียงหลักร้อยเยน เมื่อเทียบกับการได้นั่งแน่นอน ตลอดการเดินทางหลายชั่วโมง จึงถือว่าคุ้มสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่

และอย่าลืมว่า Shinkansen บางขบวนไม่มีตู้ Non-Reserved ตั้งแต่แรก ขณะที่ Nozomi จะเปลี่ยนเป็นขบวนที่ต้องจองที่นั่งทั้งหมด ในช่วงพีกบางวัน ดังนั้นควรตรวจชื่อขบวน วันที่เดินทาง และประเภทที่นั่งอีกครั้งก่อนซื้อตั๋ว

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นให้เดินทางง่ายขึ้น 🚄

หากกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นแบบ Shinkansen + รถเช่า สามารถอ่านข้อมูลการเดินทาง รถเช่าญี่ปุ่น และเส้นทางขับรถเที่ยวเพิ่มเติมกับ ไปญี่ปุ่นไหม เพื่อจัดทริปให้สะดวกทั้งช่วงที่ใช้รถไฟ และช่วงที่ต้องขับรถค่ะ

ไปญี่ปุ่นไหม

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top