สะพานสวยญี่ปุ่น แนะนำ 10 จุดถ่ายรูปและขับรถเที่ยว

ญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่วัด ศาลเจ้า ภูเขาไฟฟูจิ หรือดอกซากุระเท่านั้น แต่ยังมี “สะพาน” หลายแห่งที่เป็นทั้งจุดชมวิว จุดถ่ายรูป และเส้นทางขับรถเที่ยวที่น่าประทับใจ ญี่ปุ่นมีทั้งสะพานไม้โบราณ สะพานหน้าศาลเจ้า สะพานข้ามทะเล และสะพานแขวนให้ได้เที่ยวชม บทความนี้รวม 10 สะพานน่าเที่ยว พร้อมจุดเด่น วิธีเดินทาง และข้อควรรู้สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นให้สนุกขึ้น

ทำไมสะพานในญี่ปุ่น (Japan Bridges) ถึงน่าเที่ยว?

สะพานในญี่ปุ่น (Japan Bridges) หลายแห่งไม่ได้เป็นแค่เส้นทางข้ามแม่น้ำหรือทะเล แต่เป็นแลนด์มาร์กที่มีทั้งประวัติศาสตร์ วิวธรรมชาติ และเอกลักษณ์ของเมืองนั้น ๆ บางแห่งมีอายุนับร้อยปี บางแห่งเป็นสะพานขนาดใหญ่ระดับโลก และบางแห่งโด่งดังจากวิวทะเล ภูเขา หรือใบไม้เปลี่ยนสี

สำหรับคนที่เช่ารถขับเองหรือใช้บริการรถส่วนตัวพร้อมคนขับ การใส่สะพานสวย ๆ ในแพลนเที่ยวช่วยให้ทริปมีจุดแวะพักระหว่างเมืองได้ดีมาก โดยเฉพาะทริปเช่ารถหรือรถส่วนตัวพร้อมคนขับ เช่น เส้นทาง Nikko, Yamaguchi, Okinawa หรือ Osaka

หลายสะพานเที่ยวได้ทั้งปี แต่ช่วงที่ถ่ายรูปสวยมากคือซากุระประมาณมีนาคม–เมษายน ใบไม้เปลี่ยนสีประมาณตุลาคม–พฤศจิกายน และวันที่ฟ้าใสในฤดูร้อนสำหรับสะพานข้ามทะเล

สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง :

  • ที่จอดรถใกล้สะพาน มีฟรีหรือไม่ สามารถชมวิวสะพานได้ที่ใด
  • ระยะเดินจากลานจอดถึงสะพาน
  • หากเป็นสะพานในศาลเจ้า ควรเช็คเวลาเปิด–ปิด
  • สภาพอากาศ โดยเฉพาะสะพานข้ามทะเลหรือสะพานแขวนที่อาจมีลมแรง

10 สะพานสวยญี่ปุ่นที่ควรใส่ในแผนเที่ยว

Rainbow Bridge, Tokyo

เป็นสะพานแขวนยาว 798 เมตร เปิดให้บริการในปีค.ศ. 1993 เชื่อมพื้นที่โตเกียวฝั่ง Shibaura กับ Odaiba และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่เห็นได้บ่อยในภาพถ่ายโตเกียว สะพานรองรับทั้งรถยนต์ ทางรถไฟ และทางเดิน สำหรับคนที่อยากเดินชมวิว สามารถใช้ทางเดินบนสะพานได้ โดยมีทางเดินกว่า 1.7 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที และสามารถเลือกฝั่งที่ต้องการชมวิวได้ เช่น ฝั่งที่มองเห็น Odaiba หรือฝั่งที่มองไปทางอ่าวโตเกียว และยังเหมาะสำหรับชมวิวกลางคืน

  • การเดินทาง : โดยรถไฟ ฝั่งโตเกียว นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shibaura-futo ส่วนฝั่งโอไดบะ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Odaiba-kaihinkoen ของรถไฟสาย Yurikamome 
  • ค่าเข้าชม : ฟรี
  • เว็บไซต์ : https://www.shutoko.jp/lang/?stt_lang=th
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/yK7dcsPCKHdHg5Ww7

Nihonbashi, Tokyo

ตั้งอยู่ใจกลางโตเกียวและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จุดนี้เคยเป็นจุดเริ่มต้นของถนนสายหลัก 5 สาย ที่เชื่อมโตเกียวกับภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่น และยังใช้เป็นจุดอ้างอิงในการวัดระยะทางจากโตเกียวมาจนถึงปัจจุบัน บริเวณรอบสะพานยังเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารเก่าแก่ และอาคารประวัติศาสตร์ให้เที่ยวอีกด้วย

Shinkyo, Nikko

  • การเดินทาง : โดยรถไฟ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Mitsukoshimae แล้วเดินต่อประมาณ 1 นาที หรือนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Nihombashi แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที
  • ค่าเข้าชม : ฟรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/38dNV8PtUUX1Q44y6

เป็นสะพานไม้โค้งสีแดง ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Daiya อยู่บริเวณทางเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์ของนิกโก้ มีความยาว 28 เมตร และความกว้าง 7.4 เมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1999 ภายในชื่อ Shrines and Temples of Nikko

  • การเดินทาง : โดยรถยนต์ จากโตเกียว ใช้เส้นทาง Tokyo Metropolitan Shuto Expressway ไปยัง Kawaguchi Junction จากนั้นเข้าสู่ Tohoku Expressway มุ่งหน้าไปยัง Utsunomiya I.C. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
    โดยรถไฟ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Nikko หรือ Tobu Nikko แล้วนั่งรถบัสต่ออีกประมาณ 5 นาที หรือเดินต่อไปอีกประมาณ 20 นาที
  • ค่าเข้าชม : สำหรับข้ามสะพาน 300 เยน
  • เว็บไซต์ : http://www.shinkyo.net/
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/frtkxtDrr9EBa51H8

Saruhashi Bridge, Yamanashi

เป็น 1 ใน 3 สะพานที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น ร่วมกับสะพาน Kintai และสะพาน Shinkyo และยังได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการให้เป็น “สถานที่ที่มีทัศนียภาพงดงามของญี่ปุ่น” อีกด้วย โดยมีความยาว 30.9 เมตร และมีความกว้าง 3.3 เมตร เสน่ห์ของสะพานนี้คือวิวสะพานไม้กับหุบเขาลึกที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ประมาณต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ส่วนในฤดูร้อน ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม บริเวณสะพานจะมีดอกไฮเดรนเยียให้ชม

  • การเดินทาง : โดยรถยนต์ สามารถขับจาก Chuo Expressway Otsuki IC ไปทางตะวันออกประมาณ 15-20 นาที
    โดยรถไฟ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Saruhashi แล้วเดินต่อประมาณ 20 นาที หรือนั่งรถบัสต่อมาประมาณ 10 นาที
  • ค่าเข้าชม : ฟรี
  • เว็บไซต์ : https://www.city.otsuki.yamanashi.jp/15/saruhasi.html
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FxHB913W2eZEic6G8

Sorihashi, Osaka

สะพาน Sorihashi หรือที่มักเรียกว่า Taikobashi อยู่ภายในศาลเจ้า Sumiyoshi Taisha เป็นสะพานโค้งสีแดงที่สะท้อนกับผิวน้ำจนดูคล้ายกลอง จึงได้ชื่อเล่นว่า Taikobashi หรือสะพานกลอง มีความเชื่อว่าการเดินข้ามสะพานเปรียบเสมือนการชำระล้างสิ่งไม่ดี มีความยาวประมาณ 20 เมตร และความกว้างประมาณ 5.5 เมตร

Togetsu-kyo, Kyoto

เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของ Arashiyama ในเกียวโต สะพานทอดข้ามแม่น้ำ Katsura และมีความยาวประมาณ 155 เมตร โดยฉากหลังเป็นภูเขาและธรรมชาติ เหมาะสำหรับการชมซากุระหรือการชมใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณใกล้เคียงยังมีป่าไผ่ และวัด Tenryuji ให้เที่ยวต่ออีกด้วย

  • การเดินทาง : โดยรถไฟ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Saga-Arashiyama ของรถไฟสาย JR Sagano แล้วเดินต่อประมาณ 8 นาที หรือนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Arashiyama ของรถไฟสาย Keifuku Railway หรือ Hankyu Railway
  • ค่าเข้าชม : ฟรี
  • เว็บไซต์ : https://kyoto.travel/en/destinations/togetsukyo-bridge/
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qGdFTMEbxcke93xa7

Akashi Kaikyo bridge, Hyogo

เป็นสะพานที่เชื่อมเมืองโกเบ กับเกาะ Awaji มีความยาวรวม 3,911 เมตร และเป็นหนึ่งในสะพานแขวนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถูกสร้างเมืองปีค.ศ. 1998 ที่ฝั่งโกเบ ยังมี Maiko Marine Promenade ทางเดินชมวิวที่อยู่สูงประมาณ 47 เมตรเหนือทะเล และยื่นออกไปประมาณ 150 เมตร ทำให้มองเห็นช่องแคบ Akashi และตัวโครงสร้างสะพานได้ใกล้มาก

  • การเดินทาง : โดยรถไฟ นั่งรถมาลงที่สถานี Maikokoen ของรถไฟสาย Sanyo แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที
  • ค่าเข้าชม : สำหรับค่าเช้า Maiko Marine Promenade ผู้ใหญ่ 250 เยน(วันธรรมดา), 300 เยน(เสาร์-อาทิตย์)
  • เว็บไซต์ : https://www.jb-honshi.co.jp/bridgeworld/
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/RvcvT96gBTW3DK3aA

Kintai-kyo , Yamaguchi

kintaikyo-yamaguchi

สะพานนี้ถูกสร้างตั้งแต่ปีค.ศ. 1673 ตั้งอยู่ในเมือง Iwakuni จังหวัดยามากุจิ เป็นสะพานไม้โค้ง 5 ช่วงที่มีเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงมากของญี่ปุ่น และยังเป็น 1 ใน 3 สุดยอดสะพานไม้โบราณในญี่ปุ่น โดยใช้วิธีการสร้างแบบไม่มีตะปูตัวสะพานยาวประมาณ 193 เมตร กว้างประมาณ 5 เมตร และตั้งอยู่เหนือแม่น้ำ Nishiki เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศญี่ปุ่นโบราณ และยังเหมาะสำหรับชมซากุระอีกด้วย

  • การเดินทาง : โดยรถยนต์ จากทางด่วน Sanyo Expressway Iwakuni IC ขับต่อมาประมาณ 7 นาที
    โดยรถไฟ นั่งรถไฟชินคันเซ็นมาล’ที่สถานี Shiniwakuni หรือมาลงที่สถานี Iwakuni ของรถไฟสาย JR Sanyo และนั่งรถบัสมาลงที่ป้าย Kintai-kyo ต่ออีกประมาณ 15 นาที
  • ค่าเข้าชม : สำหรับข้ามสะพาน ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็ก 250 เยน
  • เว็บไซต์ : https://kintaikyo.iwakuni-city.net/en/
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Er2n943BMuU7gyDh8

Tsunoshima Ohashi, Yamaguchi

สะพานที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เป็นสะพานที่ทอดยาวข้ามทะเลสีฟ้าไปยังเกาะ Tsunoshima สะพานนี้มีความยาวประมาณ 1,780 เมตร จุดเด่นคือสะพานทอดยาวเหนือทะเลสีฟ้าใส จึงมักปรากฎในสื่อต่าง ๆ ของญี่ปุ่น เช่น โฆษณา ละคร และรายการท่องเที่ยวต่าง ๆ

  • การเดินทาง : โดยรถยนต์ ขับรถจาก Shimonoseki IC ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
    โดยรถไฟ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kottoi ของรถไฟสาย JR San’in Main Line และนั่งรถบัส Blue Line Kotsu ไปต่อประมาณ 15 นาที หรือสามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Takibe
  • ค่าเข้าชม : ฟรี
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/hZNpiD5ehxK52Q1x9

Kouri, Okinawa

สะพานเชื่อมระหว่างเกาะ Yagaji กับเกาะ Kouri เป็นสะพานที่ยางเป็นอันดับ 2 ใน Okinawa โดยมีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถชมวิวสะพานพร้อมวิวทะเลได้ที่ Kouri Ocean Tower
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เช่ารถขับ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่คุ้มค่ามาก เพราะสามารถรวม Kouri Bridge, เกาะ Kouri และชายหาด Tinu Beach ไว้ในทริปเดียวกันได้

เลือกสะพานให้เหมาะกับสไตล์ทริป

ถ้าเป็นทริปแรกในญี่ปุ่น ควรเลือกตามเมืองหลักหรือภูมิภาคที่เที่ยวอยู่แล้ว เช่น Osaka เลือก Sumiyoshi, Nikko เลือก Shinkyo, Okinawa เลือก Kouri Bridge และ Yamaguchi เลือก Kintaikyo หรือ Tsunoshima Ohashi

เลือกตามสไตล์ได้แบบนี้ :

  • สะพานเมืองใหญ่และแลนด์มาร์กในโตเกียว : Rainbow Bridge, Nihonbashi
  • สะพานศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้า : Shinkyo, Sorihashi
  • สะพานทางประวัติศาสตร์ : Saruhashi Bridge, Kintai-kyo
  • สะพานชมวิวธรรมชาติ : Togetsu-kyo
  • สะพานข้ามทะเล : Akashi Kaikyo Bridge, Tsunoshima Ohashi, Kouri Bridge

ข้อควรรู้สำหรับคนขับรถเที่ยวสะพานในญี่ปุ่น

สะพานหลายแห่งเป็นถนนจริงที่มีรถวิ่งตลอดเวลา จึงไม่ควรหยุดรถกลางสะพานเพื่อถ่ายรูปเด็ดขาด โดยเฉพาะ Kouri Bridge, Tsunoshima Ohashi, Akashi Kaikyo ควรใช้ลานจอด จุดชมวิว หรือสวนริมสะพานแทน

ก่อนเดินทางควรเช็ก 5 เรื่องนี้:

  • ที่จอดรถ บางแห่งฟรี บางแห่งเสียเงินประมาณ 300–1,000 เยน
  • เวลาแวะเที่ยว จุดถ่ายรูปสั้น ๆ ใช้ 30–60 นาที
  • ค่าเข้าชม บางสะพานเดินชมฟรี แต่บางแห่งมีค่าเข้า
  • สภาพอากาศ สะพานข้ามทะเลอาจลมแรง และสะพานแขวนอาจไม่เหมาะในวันฝนตก

คำถามที่พบบ่อย

Q: สะพานญี่ปุ่น (Japan Bridges) แห่งไหนเหมาะกับทริปแรก?

A: ถ้าเที่ยวครั้งแรกและเดินทางง่าย แนะนำ Shinkyo Bridge ที่ Nikko เพราะเป็นจุดท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว ถ่ายรูปง่าย และใช้เวลาขับรถไปประมาณประมาณ 000000 นาที

Q: สะพานญี่ปุ่น (Japan Bridges) ที่เหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีมีที่ไหนบ้าง?

A: Kengai-kyo ใน Yoro Valley จังหวัด Chiba เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดย Yoro Valley มักเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีประมาณ ปลายพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม

Q: เที่ยวสะพานญี่ปุ่น (Japan Bridges) มีค่าเข้าชมไหม?

A: หลายสะพานขับผ่านหรือชมวิวได้ฟรี เช่น Tsunoshima Ohashi แต่บางแห่งมีค่าข้ามสะพาน เช่น Kintaikyo และ Shinkyo ควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง เพราะราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนได้

Q: สะพานญี่ปุ่น (Japan Bridges) ที่เหมาะกับถ่ายรูปแบบญี่ปุ่นโบราณ?

A: Kintaikyo Bridge จังหวัด Yamaguchi เหมาะมาก เพราะเป็นสะพานไม้โค้ง 5 ช่วงและมีวิวแม่น้ำ ภูเขา สวน และปราสาทใกล้ ๆ ถ้าไปช่วงซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสีจะถ่ายรูปสวยเป็นพิเศษ

Q: เที่ยวช่วงไหนดี?

A: โดยทั่วไปเที่ยวได้ทั้งปี แต่ช่วงซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีจะถ่ายรูปสวยมาก ส่วนสะพานข้ามทะเลอย่าง Kouri Bridge และ Tsunoshima Ohashi เหมาะกับวันที่ฟ้าใส แสงดี และลมไม่แรง

สะพานญี่ปุ่น (Japan Bridges) เป็นธีมเที่ยวที่ช่วยให้ทริปมีมุมถ่ายรูปและจุดแวะพักสวย ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสะพานแดงแบบญี่ปุ่นอย่าง Shinkyo และ Sorihashi สะพานไม้โบราณอย่าง Kintaikyo หรือสะพานข้ามทะเลอย่าง Kouri Bridge

หากเช่ารถขับเองหรือใช้รถส่วนตัวพร้อมคนขับ ควรเช็กที่จอดรถ ค่าเข้าชม การเดินทาง เวลาที่ใช้ในการชม และสภาพอากาศก่อนเดินทางเสมอ สอบถามเพิ่มเติมที่ paijapanmai.com เพื่อวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top