
วิธีชำระเงินที่ญี่ปุ่น ในปัจจุบันมีทั้งเงินสด บัตรเครดิต บัตรเดบิต IC Card และการจ่ายผ่าน QR Code หรือโทรศัพท์มือถือ แม้ร้านค้าในเมืองใหญ่จะรองรับการชำระเงินแบบ Cashless มากขึ้น แต่ร้านอาหารขนาดเล็ก ตลาดท้องถิ่น วัด ศาลเจ้า และสถานที่ในชนบทยังอาจรับเฉพาะเงินสด
นักท่องเที่ยวจึงไม่ควรพึ่งช่องทางชำระเงินเพียงวิธีเดียว ทางที่สะดวกและปลอดภัยที่สุดคือเตรียมเงินเยนสดควบคู่กับ บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และมี IC Card สำหรับค่าเดินทางหรือค่าใช้จ่ายจำนวนไม่มาก
วิธีชำระเงินที่ญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง?
ญี่ปุ่นเคยเป็นประเทศที่ใช้เงินสดเป็นหลัก แต่การชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นระบุว่า ในปี 2025 สัดส่วนการชำระเงินแบบ Cashless ของประเทศเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 58% โดยบัตรเครดิตยังเป็นช่องทางหลักของการชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสด
อย่างไรก็ตาม รูปแบบการรับชำระเงินจะแตกต่างกันตามร้านค้า เมือง และประเภทของสถานที่ ก่อนซื้อสินค้าหรือสั่งอาหาร ควรสังเกตสัญลักษณ์บริเวณทางเข้าร้านหรือหน้าเครื่องคิดเงิน หากไม่แน่ใจควรถามพนักงานก่อนสั่งซื้อ
| วิธีชำระเงิน | เหมาะสำหรับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| เงินสดญี่ปุ่น | ร้านเล็ก ตลาด วัด ศาลเจ้า และพื้นที่ชนบท | ใช้ได้กว้าง ไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต หรือระบบธนาคาร | ควรเตรียมธนบัตรย่อย และกระเป๋าสำหรับใส่เหรียญ |
| บัตรเดบิต | ร้านค้าและตู้ ATM ที่รองรับเครือข่ายของบัตร | เงินตัดจากบัญชีโดยตรง ช่วยควบคุมงบประมาณ | อาจมีค่าธรรมเนียมต่างประเทศ และเงินถูกตัดจากบัญชีทันที |
| บัตรเครดิต | โรงแรม ห้าง ร้านอาหาร บริษัทเช่ารถ และร้านค้าขนาดใหญ่ | สะดวกและไม่ต้องพกเงินสด จำนวนมากระหว่างเดินทาง | บางร้านอาจไม่รับบัตรต่างประเทศ หรือขอให้กดรหัส PIN |
| IC Card | รถไฟ รถบัส ร้านสะดวกซื้อ ตู้ขายสินค้าและตู้ล็อกเกอร์ | แตะจ่ายรวดเร็ว เหมาะกับค่าใช้จ่ายจำนวนไม่มาก | ต้องมีเงินคงเหลือในบัตร และบางจุดเติมด้วยเงินสดเท่านั้น |
| QR Code Mobile Payment | ร้านค้าที่แสดงสัญลักษณ์ รองรับแอปหรือเครือข่ายนั้น | ไม่ต้องหยิบบัตรหรือเงินสด ออกจากกระเป๋า | แอปธนาคารไทยหรือแอปต่างประเทศ อาจใช้กับร้านญี่ปุ่นไม่ได้ |
1. ชำระด้วยเงินสด ยังจำเป็นอยู่หรือไม่?
เงินสดหรือ 現金 อ่านว่า “เก็งคิน” ยังคงเป็นวิธีชำระเงินที่ควรเตรียมไว้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางออกนอกเมืองใหญ่ ร้านอาหารครอบครัว ร้านราเมงบางแห่ง ตลาดเช้า ร้านขายของที่ระลึก วัด ศาลเจ้า และที่จอดรถแบบเก่าอาจไม่มีเครื่องรับบัตร
เงินสดยังช่วยในกรณีที่บัตรถูกปฏิเสธ ระบบของร้านขัดข้อง โทรศัพท์แบตเตอรี่หมด หรือไม่มีอินเทอร์เน็ต แม้ว่าจะวางแผนใช้บัตรเป็นหลัก ก็ควรมีเงินเยนสำรองติดตัวทุกวัน
สถานการณ์ที่ควรมีเงินสดติดตัว
- ซื้อบัตรอาหารจากตู้จำหน่ายหน้าร้านอาหาร
- ซื้อเครื่องรางหรือทำบุญที่วัดและศาลเจ้า
- ซื้อสินค้าจากตลาดท้องถิ่นหรือร้านค้าขนาดเล็ก
- จ่ายค่าโดยสารรถบัสท้องถิ่นบางเส้นทาง
- ชำระค่าที่จอดรถหรือตู้ล็อกเกอร์แบบเก่า
- เติมเงินลงในบัตร IC Card ที่เครื่องจำหน่ายตั๋ว
- จ่ายค่าทางด่วนในช่องที่รองรับเงินสด
ธนบัตรญี่ปุ่นที่ใช้ทั่วไปมีมูลค่า 1,000 เยน 5,000 เยน และ 10,000 เยน ส่วนเหรียญมีตั้งแต่ 1 เยน 5 เยน 10 เยน 50 เยน 100 เยน และ 500 เยน ระหว่างเดินทางอาจได้รับเหรียญทอนจำนวนมาก จึงควรเตรียมกระเป๋าใส่เหรียญแยกไว้
วิธีจ่ายเงินสดที่ร้านค้าในญี่ปุ่น
ร้านค้าในญี่ปุ่นหลายแห่งมีถาดขนาดเล็กสำหรับวางเงิน อยู่บริเวณเครื่องคิดเงิน เมื่อต้องการชำระเงิน ให้วางธนบัตรหรือเหรียญลงบนถาดแทนการยื่นใส่มือพนักงานโดยตรง จากนั้นพนักงานหรือเครื่องรับเงินอัตโนมัติ จะคืนเงินทอนพร้อมใบเสร็จ
ควรพกเงินสดวันละเท่าไหร่?
หากเที่ยวในโตเกียว โอซาก้า เกียวโต หรือเมืองใหญ่ และใช้บัตรเป็นหลัก อาจเตรียมเงินสดประมาณ 5,000–10,000 เยนต่อคนต่อวัน สำหรับค่าอาหาร ร้านเล็ก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
หากขับรถเที่ยว เดินทางไปชนบท เมืองออนเซ็น หรือพักเรียวกังขนาดเล็ก ควรเตรียมเงินสดสำรองมากขึ้น และตรวจสอบล่วงหน้าว่าที่พัก ร้านอาหาร หรือสถานที่จอดรถรับบัตรหรือไม่
2. ใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่ญี่ปุ่นได้ไหม?
บัตรเครดิตและบัตรเดบิตเป็นวิธีชำระเงินที่สะดวกสำหรับ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา ร้านอาหารเชน ปั๊มน้ำมัน บริษัทเช่ารถ และสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่
บัตรที่มีสัญลักษณ์ Visa, Mastercard, JCB, American Express หรือเครือข่ายสากลอื่น มักใช้ได้ในร้านที่แสดงสัญลักษณ์ตรงกัน แต่บัตรอาจไม่ผ่านในบางครั้ง เนื่องจากระบบของร้านค้า วงเงิน การตั้งค่าบัตร หรือการตรวจสอบความปลอดภัยของธนาคาร
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
- เปิดใช้งานบัตรสำหรับการใช้จ่ายในต่างประเทศ
- ตรวจสอบวงเงินซื้อสินค้าและวงเงินถอนเงินสด
- จำรหัส PIN ของบัตรแต่ละใบให้ได้
- ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน
- บันทึกช่องทางติดต่อธนาคารกรณีบัตรสูญหาย
- เตรียมบัตรสำรองจากคนละธนาคารหรือคนละเครือข่าย
ร้านค้าบางแห่งรองรับการแตะบัตรแบบ Contactless โดยสังเกตจากสัญลักษณ์คล้ายคลื่นบนบัตรและเครื่องชำระเงิน แต่บางร้านอาจขอให้เสียบบัตร กดรหัส PIN หรือเซ็นชื่อ ขึ้นอยู่กับยอดชำระและระบบของร้าน
บัตรเดบิตต่างจากบัตรเครดิตอย่างไร?
บัตรเดบิตจะตัดเงินจากบัญชีทันทีหลังทำรายการ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณ ส่วนบัตรเครดิตจะใช้วงเงินของธนาคารและชำระภายหลัง อย่างไรก็ตาม บัตรทั้งสองประเภทอาจมีค่าธรรมเนียม การใช้จ่ายต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกัน
ควรเลือกชำระเป็นเงินเยนหรือเงินบาท?
เมื่อใช้บัตรต่างประเทศ เครื่องชำระเงินบางแห่งอาจให้เลือก ว่าจะชำระเป็นเงินเยนหรือเงินบาท การชำระเป็นเงินบาทผ่านระบบแปลงสกุลเงิน ณ จุดขาย อาจใช้อัตราแลกเปลี่ยนของผู้ให้บริการ และรวมค่าบริการเพิ่มเติมไว้แล้ว
โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวมักเลือกชำระเป็น เงินเยน หรือ JPY แล้วให้ธนาคารเจ้าของบัตรเป็นผู้คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน แต่ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมของบัตรแต่ละใบก่อนเดินทาง เพราะเงื่อนไขของแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน
3. ใช้ IC Card จ่ายค่าอะไรได้บ้าง?
IC Card คือบัตรเติมเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้แตะผ่านประตูรถไฟ ชำระค่าโดยสาร และซื้อสินค้าราคาไม่สูงมาก บัตรที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี ได้แก่ Suica, PASMO, ICOCA, Kitaca, TOICA, manaca, SUGOCA และ nimoca
แม้ชื่อบัตรจะแตกต่างกันตามภูมิภาค แต่บัตรหลักหลายประเภทสามารถใช้งานร่วมกันได้ ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวจึงไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนเมือง
IC Card ใช้ชำระค่าอะไรได้บ้าง?
- ค่าโดยสารรถไฟและรถไฟใต้ดิน
- ค่าโดยสารรถบัสที่รองรับบัตร
- สินค้าในร้านสะดวกซื้อ
- เครื่องดื่มจากตู้จำหน่ายอัตโนมัติ
- สินค้าในร้านขายยาและซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง
- ค่าอาหารในร้านหรือคาเฟ่ที่รองรับ
- ค่าตู้ล็อกเกอร์ภายในสถานีรถไฟ
- สินค้าในร้านค้าบริเวณสถานีรถไฟ
ก่อนแตะจ่าย ควรแจ้งพนักงานว่าต้องการใช้ IC Card ประเภทใด เช่น Suica หรือ ICOCA จากนั้นแตะบัตรบริเวณเครื่องอ่านและรอเสียงยืนยัน
ความหมาย: ขอชำระด้วย Suica ค่ะ/ครับ
ข้อควรระวังคือ IC Card แบบพลาสติกบางประเภท ต้องเติมเงินด้วยเงินสดผ่านเครื่องจำหน่ายตั๋วหรือจุดรับเติมเงิน จึงควรเหลือธนบัตร 1,000 เยนไว้สำหรับเติมบัตร ไม่ควรใช้เงินสดจนหมดโดยคิดว่าสามารถเติมด้วยบัตรเครดิต ได้ทุกสถานี
4. จ่ายด้วย QR Code และโทรศัพท์มือถือได้หรือไม่?
ร้านค้าในญี่ปุ่นจำนวนมากรองรับ QR Code และ Mobile Payment เช่น PayPay, Rakuten Pay, d払い หรือ au PAY แต่บริการเหล่านี้จำนวนมากออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีบัญชีธนาคาร หมายเลขโทรศัพท์ หรือช่องทางชำระเงินภายในประเทศญี่ปุ่น
นักท่องเที่ยวไทยจึงไม่ควรเห็นสัญลักษณ์ QR Code แล้วคิดว่าสามารถเปิดแอปธนาคารไทยเพื่อสแกนจ่ายได้ทันที ระบบ QR Code ของแต่ละประเทศและแต่ละผู้ให้บริการ อาจไม่เชื่อมต่อกัน ควรตรวจสอบภายในแอปที่ใช้งาน ว่ารองรับการชำระเงินในญี่ปุ่นจริงหรือไม่
Apple Pay หรือ Google Wallet อาจใช้ได้ในร้านที่รองรับ หากบัตรที่เพิ่มไว้สามารถใช้งานต่างประเทศได้ และเครื่องชำระเงินรองรับเครือข่ายเดียวกัน แต่ไม่ควรพึ่งโทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางเดียว เพราะอาจพบปัญหาโทรศัพท์ไม่มีอินเทอร์เน็ต แบตเตอรี่หมด ระบบขัดข้อง หรือบัตรที่เชื่อมไว้ถูกปฏิเสธ
5. เตรียมเงินไปญี่ปุ่นอย่างไรให้ปลอดภัยและสะดวก?
วิธีเตรียมตัวที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คือใช้ระบบ “เงินสด + บัตรหลัก + บัตรสำรอง + IC Card” เพื่อให้ยังสามารถชำระเงินได้เมื่อช่องทางใดช่องทางหนึ่งมีปัญหา
1. แลกเงินเยนก่อนเดินทางบางส่วน
ควรมีเงินเยนติดตัวตั้งแต่ออกจากประเทศไทย เพื่อใช้ซื้ออาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายหลังลงจากเครื่อง ไม่ควรรอถอนเงินหลังเดินทางถึงญี่ปุ่นทั้งหมด เพราะบัตรอาจถูกปฏิเสธ ตู้ ATM อาจอยู่ระหว่างบำรุงรักษา หรือธนาคารอาจระงับรายการด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
2. เตรียมบัตรอย่างน้อย 2 ใบ
บัตรสำรองควรมาจากคนละธนาคารหรือคนละเครือข่าย เพื่อป้องกันกรณีระบบใดระบบหนึ่งมีปัญหา และไม่ควรเก็บบัตรทั้งหมดไว้ในกระเป๋าใบเดียวกัน
3. ถอนเงินจาก ATM ที่รองรับบัตรต่างประเทศ
หากเงินสดไม่เพียงพอ สามารถถอนเงินเยนจากตู้ ATM ที่รองรับบัตรต่างประเทศ เช่น ตู้ภายในร้านสะดวกซื้อหรือที่ทำการไปรษณีย์ ควรตรวจสอบสัญลักษณ์เครือข่ายบนบัตร และบนตู้ก่อนทำรายการ
ค่าธรรมเนียมอาจประกอบด้วยค่าบริการของตู้ ค่าธรรมเนียมจากธนาคารไทย และอัตราแลกเปลี่ยนของบัตร ควรตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคารผู้ออกบัตรก่อนเดินทาง
4. ตรวจสอบเครื่องหมายก่อนซื้อหรือสั่งอาหาร
| ข้อความภาษาญี่ปุ่น | คำอ่านภาษาไทย | ความหมาย |
|---|---|---|
| 現金のみ | เก็งคิน โนะมิ | รับเฉพาะเงินสด |
| クレジットカード | คุเรจิตโตะ การ์โดะ | บัตรเครดิต |
| デビットカード | เดบิตโตะ การ์โดะ | บัตรเดบิต |
| タッチ決済 | ทัตจิ เคสไซ | การชำระเงินแบบแตะ |
| 電子マネー | เด็นชิ มาเน | เงินอิเล็กทรอนิกส์ |
| QRコード決済 | คิวอาร์ โคโดะ เคสไซ | ชำระเงินด้วย QR Code |
5. อย่าใช้เงินสดจนหมดในวันสุดท้าย
แม้จะใกล้เดินทางกลับ ก็ควรเก็บเงินสดไว้สำหรับ ค่ารถ ค่าอาหาร ค่าฝากกระเป๋า ค่าที่จอดรถ หรือเหตุฉุกเฉิน เงินที่เหลือสามารถนำไปซื้อสินค้า จากร้านสะดวกซื้อหรือร้านภายในสนามบินก่อนเดินทางกลับได้
คำศัพท์และประโยคภาษาญี่ปุ่นที่ควรรู้
หากไม่แน่ใจว่าร้านค้ารับการชำระเงินแบบใด สามารถใช้ประโยคสั้น ๆ ต่อไปนี้สอบถามพนักงานได้
| ประโยคภาษาญี่ปุ่น | คำอ่านภาษาไทย | ความหมาย |
|---|---|---|
| Kādo wa tsukaemasu ka? | การ์โดะ วะ สึคาเอะมัสก๊ะ | ใช้บัตรได้ไหม? |
| Genkin nomi desu ka? | เก็งคิน โนะมิ เดสก๊ะ | รับเฉพาะเงินสดหรือไม่? |
| IC kādo wa tsukaemasu ka? | ไอซี การ์โดะ วะ สึคาเอะมัสก๊ะ | ใช้ IC Card ได้ไหม? |
| Kurejitto kādo de onegaishimasu. | คุเรจิตโตะ การ์โดะ เดะ โอเนไงชิมัส | ขอชำระด้วยบัตรเครดิต |
| Debitto kādo de onegaishimasu. | เดบิตโตะ การ์โดะ เดะ โอเนไงชิมัส | ขอชำระด้วยบัตรเดบิต |
| Genkin de onegaishimasu. | เก็งคิน เดะ โอเนไงชิมัส | ขอชำระด้วยเงินสด |
| Rēshīto o onegaishimasu. | เรชีโตะ โอะ โอเนไงชิมัส | ขอใบเสร็จด้วยค่ะ/ครับ |
สรุปควรใช้วิธีชำระเงินแบบไหนในญี่ปุ่น?
วิธีชำระเงินที่เหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ใช่การเลือกเพียงวิธีเดียว แต่ควรเตรียมหลายช่องทางร่วมกัน เงินสดเหมาะกับร้านเล็ก พื้นที่ชนบท วัด ศาลเจ้า และค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน บัตรเครดิตและบัตรเดบิตเหมาะกับโรงแรม ร้านใหญ่ ห้างสรรพสินค้า และการเช่ารถ ส่วน IC Card เหมาะสำหรับค่าเดินทาง ร้านสะดวกซื้อ และค่าใช้จ่ายจำนวนไม่มาก
สำหรับนักท่องเที่ยวไทย แนะนำให้เตรียมเงินเยน บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตอย่างน้อย 2 ใบ และ IC Card อีก 1 ใบ ไม่ควรพึ่ง QR Code หรือโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียว การตรวจสอบสัญลักษณ์หน้าร้านและถามพนักงานก่อนสั่งซื้อ จะช่วยลดปัญหาระหว่างเดินทางได้มาก
ผู้ที่วางแผนเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่นควรเตรียมทั้งบัตรและเงินสด เนื่องจากอาจมีค่าใช้จ่ายระหว่างทาง เช่น ค่าน้ำมัน ค่าจอดรถ ค่าทางด่วน ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีชำระเงินที่ญี่ปุ่น
เที่ยวญี่ปุ่นโดยไม่พกเงินสดได้ไหม?
ไม่แนะนำ แม้เมืองใหญ่จะรับบัตรและการชำระเงินแบบ Cashless มากขึ้น แต่ร้านอาหารท้องถิ่น ตลาด วัด ศาลเจ้า ร้านค้าขนาดเล็ก และพื้นที่ชนบทบางแห่งยังรับเฉพาะเงินสด จึงควรมีเงินเยนสำรองติดตัวเสมอ
บัตรเครดิตของไทยใช้ที่ญี่ปุ่นได้หรือไม่?
ใช้ได้ในร้านที่รองรับเครือข่ายเดียวกับบัตร เช่น Visa, Mastercard หรือ JCB แต่ควรเปิดใช้งานการใช้จ่ายต่างประเทศ ตรวจสอบวงเงิน และจำรหัส PIN ก่อนออกเดินทาง
บัตรเดบิตสามารถใช้ที่ญี่ปุ่นได้ไหม?
บัตรเดบิตที่มีเครือข่ายสากลอาจใช้ซื้อสินค้า หรือถอนเงินได้ แต่ขึ้นอยู่กับร้านค้า ตู้ ATM และธนาคารผู้ออกบัตร ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมและเปิดใช้งาน การใช้บัตรในต่างประเทศล่วงหน้า
ควรเลือกชำระเป็นเงินบาทหรือเงินเยน?
ควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมก่อนเลือก การเลือกเงินบาทผ่านระบบแปลงสกุลเงิน ณ จุดขาย อาจรวมค่าบริการเพิ่มเติม ส่วนการเลือกเงินเยนจะให้ธนาคารเจ้าของบัตร คำนวณอัตราแลกเปลี่ยนตามเงื่อนไขของบัตร
Suica หรือ IC Card ใช้ซื้อของได้ไหม?
ได้ IC Card สามารถใช้ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ ตู้ขายเครื่องดื่ม ร้านอาหาร ร้านขายยา และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์รองรับ นอกจากใช้จ่ายค่าโดยสารรถไฟและรถบัสแล้ว
เงินสดหมดสามารถถอนเงินที่ไหนได้บ้าง?
สามารถลองถอนเงินจากตู้ ATM ที่รองรับบัตรต่างประเทศ เช่น ตู้ภายในร้านสะดวกซื้อหรือที่ทำการไปรษณีย์ ควรตรวจสอบเครื่องหมายเครือข่ายบนบัตรและบนตู้ รวมถึงค่าธรรมเนียมก่อนทำรายการ
สามารถใช้แอปธนาคารไทยสแกน QR Code ในญี่ปุ่นได้ไหม?
ไม่สามารถใช้ได้กับทุกร้าน ระบบ QR Code ของญี่ปุ่นและไทยอาจเป็นคนละเครือข่าย ควรตรวจสอบภายในแอปหรือสอบถามธนาคารก่อนเดินทาง ว่ารองรับการชำระเงินในประเทศญี่ปุ่นหรือไม่
เช่ารถที่ญี่ปุ่นต้องใช้บัตรเครดิตหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทเช่ารถ บางบริษัทหรือบางแพ็กเกจอาจกำหนดให้ แสดงบัตรเครดิตในชื่อผู้เช่าในวันรับรถ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขการชำระเงิน และเอกสารที่ต้องใช้ก่อนจอง
เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทางในญี่ปุ่น
วางแผนวิธีชำระเงิน ค่าเดินทาง และรถที่เหมาะกับทริปให้พร้อม จะช่วยให้เที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างสะดวก และลดปัญหาระหว่างทาง
ไปญี่ปุ่นไหม