12 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น จุดไหน ควรไปเดือนไหน?

12 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น ไปเดือนไหนดี

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น มีช่วงเวลาสวยแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ตั้ง สภาพอากาศ และระดับความสูง โดยใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากพื้นที่ภูเขาของฮอกไกโด ตั้งแต่เดือนกันยายน ก่อนค่อย ๆ ไล่ลงมาทางโทโฮคุ คันโต ชูบุ คันไซ และคิวชูจนถึงต้นเดือนธันวาคม

บทความนี้รวบรวม 12 จุดชมใบไม้แดงและใบไม้สีทองจากทั่วประเทศ พร้อมช่วงเวลาน่าเที่ยว จุดเด่น และคำแนะนำในการวางแผนทริป เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเลือกว่าจะเดินทางไปญี่ปุ่นช่วงเดือนไหนและควรพักภูมิภาคใด

เลือกจุดหมายตามเดือนแบบง่าย ๆ: เดือนกันยายนเหมาะกับพื้นที่สูงของฮอกไกโด เดือนตุลาคมเหมาะกับโทโฮคุ และเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ส่วนเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม เหมาะกับเมืองใหญ่ในคันโต คันไซ ชูโกกุ และคิวชู

ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นเริ่มเดือนไหน?

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นไม่ได้เริ่มพร้อมกันทั่วประเทศ เนื่องจากญี่ปุ่นมีพื้นที่ยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้และมีภูเขาหลายระดับความสูง พื้นที่สูงของฮอกไกโดจึงมักเริ่มมีสีตั้งแต่เดือนกันยายน ขณะที่เมืองอย่างโตเกียว เกียวโต โอซาก้า และฮิโรชิม่า มักเข้าสู่ช่วงสวยในเดือนพฤศจิกายน

ช่วงเวลาที่ระบุเป็นค่าเฉลี่ยสำหรับวางแผนเบื้องต้น เพราะอุณหภูมิ ฝน ลม และสภาพอากาศในแต่ละปีอาจทำให้ใบไม้เปลี่ยนสีเร็วหรือช้ากว่าปกติ ก่อนเดินทางประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ควรตรวจสอบรายงานใบไม้ล่าสุดอีกครั้ง

พื้นที่ช่วงเวลาที่มักเริ่มชมได้ลักษณะเด่น
พื้นที่สูง ในฮอกไกโด ต้น–กลาง เดือนกันยายน ภูเขาสูง พืชอัลไพน์ และเส้นทางเดินป่า
ฮอกไกโดตอนล่าง และโทโฮคุ เดือนตุลาคม ถึงต้นพฤศจิกายน ลำธาร หุบเขา ทะเลสาบและน้ำตก
คันโต และพื้นที่ภูเขาในชูบุ กลางตุลาคม ถึงกลางพฤศจิกายน ภูเขา ทะเลสาบ และเมืองออนเซ็น
เมืองใหญ่ในคันโต ชูบุและคันไซ กลางพฤศจิกายน ถึงต้นธันวาคม วัด ศาลเจ้า สวนญี่ปุ่น และย่านเมืองเก่า
ชูโกกุ ชิโกกุ และคิวชู เดือนพฤศจิกายน ถึงต้นธันวาคม หุบเขา เกาะ และแหล่งประวัติศาสตร์

อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง ฮอกไกโด Daisetsuzan National Park, Hokkaido

อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น
ภาพ: “Kurodake Ishimuro and coloured leaves”
โดย Yasu / Wikimedia Commons / CC BY-SA 3.0

อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง หรือ Daisetsuzan National Park (大雪山国立公園 / Daisetsuzan Kokuritsu Koen) เป็นหนึ่งในสถานที่แรกของญี่ปุ่นที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางตั้งแต่เดือนกันยายนและไม่ต้องการรอจนถึงปลายฤดู บริเวณภูเขาอาซาฮิดาเกะ คุโรดาเกะ และกินเซ็นได จะเต็มไปด้วยสีแดง สีส้ม สีเหลือง และสีเขียวสลับกันทั่วแนวภูเขา

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกขึ้นกระเช้าเพื่อชมแนวภูเขาจากมุมสูง หรือเดินเส้นทางธรรมชาติตามระดับความพร้อมของร่างกาย อากาศบนภูเขาอาจหนาวกว่าตัวเมืองมากและเปลี่ยนแปลงเร็ว จึงควรเตรียมเสื้อกันลม รองเท้าที่เดินได้มั่นคง และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง

วิธีเดินทาง — โซอุนเคียวและคุโรดาเกะ
ที่อยู่
Sounkyo, Kamikawa, Hokkaido 〒078-1701, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
เดินทางด้วย JR มายัง Kamikawa Station ซึ่งเป็นสถานีหลักสำหรับต่อเข้าสู่โซอุนเคียวและคุโรดาเกะ
รถบัส
จาก JR Kamikawa Station นั่งรถบัสไป Sounkyo ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
กระเช้า
จากโซอุนเคียวสามารถขึ้น Kurodake Ropeway และต่อ Lift เพื่อขึ้นสู่พื้นที่สูงของคุโรดาเกะและจุดเริ่มเส้นทางเดินเขา
ขับรถ
จาก Kamikawa Sounkyo IC ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ถึงโซอุนเคียว แล้วจอดรถบริเวณ Kurodake Ropeway / Sounkyo
หมายเหตุ
อุทยานไดเซ็ตสึซังมีทางเข้าและจุดชมใบไม้หลายด้าน เช่น Asahidake, Ginsendai และ Kurodake กล่องนี้ยึดเส้นทาง Sounkyo–Kurodake ให้ตรงกับเนื้อหาและภาพในบทความ ควรตรวจสถานะกระเช้าและสภาพอากาศก่อนขึ้นภูเขา
ข้อมูลการเดินทาง: Hokkaido Official Tourism
ช่วงแนะนำ: ต้น–กลางกันยายน ภูมิภาค: ฮอกไกโด เหมาะกับ: เดินป่าและชมวิวภูเขา

ลำธารโออิราเสะ จังหวัดอาโอโมริ Oirase Gorge, Aomori

ลำธารโออิราเสะ จังหวัดอาโอโมริ หนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น
ภาพ: “Oirase Gorge”
โดย lumoplank / Wikimedia Commons / CC0 1.0

ลำธารโออิราเสะ หรือ Oirase Gorge (奥入瀬渓流 / Oirase Keiryu) เป็นจุดชมธรรมชาติชื่อดังในภูมิภาคโทโฮคุ เส้นทางทอดตัวจากบริเวณทะเลสาบโทวาดะผ่านป่า น้ำตก ลำธาร และโขดหินที่ปกคลุมด้วยมอส เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ป่าทั้งสองฝั่งจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง ตัดกับสายน้ำใสที่ไหลผ่านกลางหุบเขา

ผู้เดินทางสามารถเลือกเดินเฉพาะช่วงสั้นหรือเดินตามเส้นทางหลักหลายกิโลเมตร จุดยอดนิยม ได้แก่ น้ำตกโจชิโอตากิ ลำธารอาชูระ และบริเวณคุโมอิโนะทากิ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญ จึงควรเผื่อเวลาเดินทางและตรวจสอบการจัดการจราจรของพื้นที่ล่วงหน้า

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
183 Tochikubo, Okuse, Towada, Aomori 〒034-0301, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
เส้นทางที่เข้าใจง่ายคือเดินทางด้วย JR มายัง Aomori Station แล้วต่อรถบัสเข้าสู่ลำธารโออิราเสะ
รถบัส
จาก JR Aomori Station นั่ง JR Bus Mizuumi-go ประมาณ 120 นาที ลง Yakeyama แล้วเดินประมาณ 5 นาทีถึงบริเวณต้นทางของลำธาร
จักรยาน
ในพื้นที่มีบริการเช่าจักรยานตามจุดต่าง ๆ เช่น Oirase Stream Museum, Ishikedo Rest Area และ Nenokuchi เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเป็นช่วง ๆ
ขับรถ
สามารถขับรถเที่ยวร่วมกับ Lake Towada และจุดต่าง ๆ ตามแนวลำธารได้ แต่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีอาจมีรถหนาแน่นหรือมาตรการจัดการจราจร ควรตรวจข้อมูลก่อนเดินทาง
หมายเหตุ
JR Bus เส้นทางหลักเข้าสู่โออิราเสะโดยปกติหยุดให้บริการช่วงประมาณ กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนเมษายน และช่วงปลายตุลาคม–ต้นพฤศจิกายนเป็นช่วงที่คนเดินทางมาก ควรเผื่อเวลา
ข้อมูลการเดินทาง: Amazing AOMORI
ช่วงแนะนำ: กลาง–ปลายตุลาคม ภูมิภาค: โทโฮคุ เหมาะกับ: ลำธาร น้ำตก และถ่ายภาพ

หุบเขานารุโกะ จังหวัดมิยางิ Naruko Gorge, Miyagi

หุบเขานารุโกะ จังหวัดมิยางิช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ภาพ: “Autumn Leaves at Naruko Gorge”
โดย Hiroaki Kaneko / Wikimedia Commons / CC BY-SA 3.0

หุบเขานารุโกะ หรือ Naruko Gorge (鳴子峡 / Naruko-kyo) เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในโทโฮคุที่สามารถเดินทางต่อจากเมืองเซนไดได้ จุดเด่นคือหน้าผาสูง หุบเขาลึก และสะพานโอฟุคาซาวะ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางป่าที่เปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง และส้ม

มุมถ่ายภาพยอดนิยมอยู่บริเวณจุดชมวิวใกล้ Narukokyo Resthouse ซึ่งมองเห็นสะพานพาดผ่านหุบเขาได้อย่างชัดเจน หากมีเวลา สามารถพักใกล้ Naruko Onsen เพื่อแช่ออนเซ็น และเที่ยวชมพื้นที่โดยไม่ต้องเร่งเดินทางกลับภายในวันเดียว

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
13-323 Hoshinuma, Naruko Onsen, Osaki, Miyagi 〒989-6832, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
ชินคันเซ็น
จาก Sendai Station นั่ง Tohoku Shinkansen ไป Furukawa Station แล้วเปลี่ยนเป็น JR Rikuu East Line
รถไฟ
ลงได้ที่ Nakayamadaira Onsen Station หรือ Naruko Onsen Station ซึ่งอยู่คนละด้านของหุบเขา
รถบัส
ช่วงฤดูใบไม้ร่วงมีรถบัสตามฤดูกาลเชื่อมระหว่าง Naruko Onsen และ Nakayamadaira Onsen แต่ช่วง Peak อาจมีผู้โดยสารจำนวนมาก
เดิน
จาก Nakayamadaira Onsen Station เดินประมาณ 30 นาที หรือจาก Naruko Onsen Station ประมาณ 60 นาที ถึงบริเวณหุบเขา
แท็กซี่ / รถ
หากต้องการลดระยะเดิน สามารถใช้แท็กซี่หรือรถจาก Naruko Onsen ไปยังบริเวณ Naruko Gorge / Resthouse ได้
หมายเหตุ
หุบเขาอยู่ระหว่างสองสถานี จึงควรเลือกสถานีลงให้เหมาะกับเส้นทางเที่ยวของตนเอง รถบัสตามฤดูกาลอาจแน่นมากในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ข้อมูลการเดินทาง: JNTO
ช่วงแนะนำ: กลางตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน ภูมิภาค: โทโฮคุ เหมาะกับ: เที่ยวเซนไดและพักออนเซ็น

นิกโก้และทะเลสาบชูเซ็นจิ จังหวัดโทจิงิ Nikko and Lake Chuzenji, Tochigi

คาบสมุทรฮัจโจเดจิมะ ทะเลสาบชูเซ็นจิ นิกโก้ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ภาพ: “Lake Chuzenji — Hacchodejima Peninsula”
โดย WashiTabi / Wikimedia Commons / CC BY-SA 2.1 Japan

นิกโก้ (日光 / Nikko) เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เดินทางจากโตเกียวได้สะดวก และมีพื้นที่หลายระดับความสูง ทำให้สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ พื้นที่สูงอย่างโอคุนิกโก้ ทะเลสาบชูเซ็นจิ และน้ำตกเคกอน มักเริ่มเปลี่ยนสีก่อนบริเวณวัดและศาลเจ้าในตัวเมือง

ทะเลสาบชูเซ็นจิ (中禅寺湖 / Chuzenji-ko) ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและป่า เหมาะสำหรับชมแนวใบไม้สีแดงและสีเหลืองสะท้อนผิวน้ำ หากขับรถเที่ยวควรออกเดินทางตั้งแต่เช้า เพราะถนนอิโรฮะซากะและลานจอดรถตามจุดยอดนิยม อาจมีการจราจรหนาแน่นในวันหยุด

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
2480-1 Chugushi, Nikko, Tochigi 〒321-1661, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
จากโตเกียวสามารถเดินทางมายัง Tobu-Nikko Station หรือ JR Nikko Station แล้วต่อรถบัสไปเขตโอคุนิกโก้
รถบัส
จาก JR Nikko / Tobu-Nikko นั่งรถบัสที่มุ่งหน้า Chuzenji Onsen หรือ Yumoto Onsen ประมาณ 50 นาที ลงบริเวณ Chuzenji Onsen
กระเช้า
หากต้องการแวะชมวิวระหว่างทาง สามารถลง Akechidaira และใช้ Akechidaira Ropeway ก่อนเดินทางต่อไปทะเลสาบ
ขับรถ
ขับขึ้นเขาผ่านถนน Irohazaka ไปยังทะเลสาบชูเซ็นจิ มีลานจอดรถตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ แต่ควรออกเช้า
หมายเหตุ
ช่วง Peak ตั้งแต่ประมาณกลางตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน การจราจรบน Irohazaka หนาแน่นมาก เว็บไซต์ท่องเที่ยวนิกโก้ระบุว่าเวลาเดินทางจากสถานีไป Lake Chuzenji ซึ่งปกติประมาณ 45–50 นาที อาจยาวเกิน 4 ชั่วโมงในวันที่รถติดหนัก
ข้อมูลการเดินทาง: Nikko Official Guide / ข้อมูลการจราจร
ช่วงแนะนำ: กลางตุลาคม–ปลายพฤศจิกายน ภูมิภาค: คันโต เหมาะกับ: ทริป 1–2 วันจากโตเกียว

ฮาโกเนะ จังหวัดคานากาวะ Hakone, Kanagawa

ทะเลสาบอาชิ ฮาโกเนะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ภาพ: “Autumn foliage at Sightseeing Cruise, Lake Ashi”
โดย Guilhem Vellut / Wikimedia Commons / CC BY 2.0

ฮาโกเนะ (箱根 / Hakone) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรวมการชมใบไม้เปลี่ยนสีกับออนเซ็น ทะเลสาบ และวิวภูเขาไฟฟูจิ จุดที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สวนโกระ พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮาโกเนะ ทะเลสาบอาชิ วัดโชอันจิ และเส้นทางรถไฟ Hakone Tozan Railway

ในวันที่อากาศเปิด นักท่องเที่ยวอาจมองเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ด้านหลังทะเลสาบอาชิและแนวภูเขาฤดูใบไม้ร่วง ฮาโกเนะจึงเหมาะกับการพักค้างคืนในเรียวกังมากกว่าการเที่ยวไปกลับแบบเร่งรีบ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแช่ออนเซ็นหลังเที่ยวชมธรรมชาติ

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
6-40 Motohakone, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 〒250-0522, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
จากโตเกียวเดินทางไป Odawara Station หรือ Hakone-Yumoto Station แล้วเลือกต่อรถไฟ รถบัส หรือเส้นทางวงรอบของฮาโกเนะ
รถบัส
จาก Hakone-Yumoto มี Hakone Tozan Bus ไปบริเวณ Lake Ashi เช่น Moto-Hakone, Hakone-machi และ Togendai
รถไฟ / เคเบิล
เที่ยวฝั่งโกระได้ด้วย Hakone Tozan Train แล้วต่อ Cable Car จาก Gora ไป Sounzan
กระเช้า
จาก Sounzan ใช้ Hakone Ropeway ผ่าน Owakudani ไปยัง Togendai ริมทะเลสาบอาชิ
เรือ
จาก Togendai สามารถต่อ Hakone Sightseeing Cruise เที่ยวทะเลสาบอาชิและลงฝั่ง Moto-Hakone / Hakone-machi
ขับรถ
สามารถขับรถเที่ยวระหว่างโกระ โอวาคุดานิ และทะเลสาบอาชิได้ แต่วันหยุดและฤดูใบไม้เปลี่ยนสีควรเผื่อเวลารถติดและเวลาหาที่จอด
หมายเหตุ
ฮาโกเนะมีระบบขนส่งหลายชนิดและเที่ยวแบบวงรอบได้ จึงไม่จำเป็นต้องใช้รถเช่าทุกจุด หากใช้ Hakone Freepass ควรตรวจพาหนะที่ครอบคลุมและสถานะการเดินรถในวันเดินทางอีกครั้ง
ข้อมูลการเดินทาง: Hakone Navi
ช่วงแนะนำ: ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน ภูมิภาค: คันโต เหมาะกับ: คู่รัก ครอบครัว และเรียวกัง

คามิโคจิ จังหวัดนากาโนะ Kamikochi, Nagano

คามิโคจิ จังหวัดนากาโนะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ภาพ: “Kamikochi in autumn”
โดย Hiroaki Kaneko / Wikimedia Commons / CC BY-SA 3.0

คามิโคจิ (上高地 / Kamikochi) เป็นหุบเขาที่ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 1,500 เมตร ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นและมีแม่น้ำอาซุสะไหลผ่าน จุดถ่ายภาพสำคัญคือสะพานคัปปะ ซึ่งมองเห็นสายน้ำใส แนวต้นไม้ และภูเขาสูงอยู่ในภาพเดียวกัน

ช่วงฤดูใบไม้ร่วงมีทั้งต้นเมเปิลสีแดงและต้นคารามัตสึ หรือลาร์ชญี่ปุ่นที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง คามิโคจิเปิดให้เดินทางตามฤดูกาลและปิดในช่วงฤดูหนาว ผู้ที่เดินทางปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนจึงควรตรวจสอบวันเปิดพื้นที่และตารางรถบัสอีกครั้ง

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
Kamikochi, Azumi, Matsumoto, Nagano 〒390-1516, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
จาก Matsumoto Station นั่ง Matsumoto Dentetsu / Alpico Railway ไป Shin-Shimashima Station ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
รถบัส
จาก Shin-Shimashima ต่อรถบัสไป Kamikochi Bus Terminal ใช้เวลาประมาณ 60 นาที
จากทาคายามะ
จาก Takayama Bus Center นั่งรถบัสไป Hirayu Onsen ประมาณ 60 นาที แล้วต่อรถบัสหรือแท็กซี่เข้า Kamikochi ประมาณ 25 นาที
รถบัสตรง
มีรถบัสตรงจากบางเมือง เช่น Tokyo, Nagoya, Osaka, Kyoto และ Nagano ในบางเส้นทางหรือบางช่วงฤดูกาล ควรตรวจวันให้บริการและเงื่อนไขการจอง
ขับรถ
รถส่วนตัวเข้า Kamikochi ไม่ได้ ต้องจอดที่ Sawando ฝั่ง Matsumoto หรือ Hirayu ฝั่ง Takayama แล้วต่อ Shuttle Bus หรือแท็กซี่ประมาณ 20–30 นาที
หมายเหตุ
รถยนต์ส่วนตัวและมอเตอร์ไซค์ห้ามเข้า Kamikochi ตลอดปี เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนตุลาคมลานจอดรถกับรถบัสอาจหนาแน่นมาก ควรเผื่อเวลาและตรวจเที่ยวรถขากลับ
ข้อมูลการเดินทาง: Kamikochi Official Website
ช่วงแนะนำ: กลางตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน ภูมิภาค: ชูบุ เหมาะกับ: ภูเขาและเส้นทางเดินธรรมชาติ

หุบเขาคุโรเบะ จังหวัดโทยามะ Kurobe Gorge, Toyama

รถไฟหุบเขาคุโรเบะ จังหวัดโทยามะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ภาพ: “Kurobe Gorge railway bridges in autumn”
โดย Luka Peternel / Wikimedia Commons / CC BY-SA 4.0

หุบเขาคุโรเบะ หรือ Kurobe Gorge (黒部峡谷 / Kurobe Kyokoku) เหมาะกับผู้ที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสีผ่านการนั่งรถไฟโทร็อกโกะ รถไฟจะวิ่งจากสถานีอุนาซึกิ ผ่านแม่น้ำ สะพาน อุโมงค์ และป่าบนภูเขา ทำให้สามารถชมวิวได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินป่าระยะไกล

จุดเด่นระหว่างเส้นทาง ได้แก่ สะพานอะโตบิกิ บริเวณคะเนะสึริ สะพานคนเดินโอคุคาเนะ และแนวหุบเขาที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลือง ส้ม และแดง ตารางเดินรถหรือสถานีที่เปิดให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพเส้นทาง จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนจองทุกครั้ง

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
11 Kurobe Kyokokuguchi, Kurobe, Toyama 〒938-0293, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
ชินคันเซ็น
จากโตเกียวหรือเมืองบนเส้น Hokuriku Shinkansen ลง Kurobe-Unazuki-Onsen Station
รถไฟท้องถิ่น
เดินเชื่อมไป Shin-Kurobe Station แล้วนั่ง Toyama Chiho Railway ไป Unazuki Onsen Station จากนั้นเดินประมาณ 5 นาทีถึง Kurobe Gorge Railway Unazuki Station
รถไฟโทร็อกโกะ
ขึ้น Kurobe Gorge Railway จาก Unazuki Station เข้าไปในหุบเขา โดยสถานีปลายทางและช่วงเส้นทางที่เปิดให้บริการอาจแตกต่างกันตามฤดูกาลและสภาพเส้นทาง จึงควรตรวจสอบสถานะการเดินรถล่าสุดก่อนเดินทาง
ขับรถ
จาก Kurobe IC ขับประมาณ 20 นาที ไปยัง Unazuki Station และมีลานจอดรถแบบเสียค่าบริการใกล้สถานี
หมายเหตุ
หากต่อจาก Toyama Chiho Railway ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยประมาณ 20 นาที สำหรับเดินเชื่อมและขั้นตอนก่อนขึ้นรถไฟโทร็อกโกะ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีควรจองล่วงหน้า
ช่วงแนะนำ: กลาง–ปลายตุลาคม ภูมิภาค: ชูบุ เหมาะกับ: ครอบครัวและคนชอบรถไฟ

หุบเขาโครันเค จังหวัดไอจิ Korankei Gorge, Aichi

หุบเขาโครันเค จังหวัดไอจิช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ภาพ: “Kōrankei”
โดย Bariston / Wikimedia Commons / CC BY-SA 4.0

โครันเค หรือ Korankei Gorge (香嵐渓 / Korankei) เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังที่สามารถเดินทางจากเมืองนาโกย่าได้ ภายในหุบเขามีต้นเมเปิลประมาณ 4,000 ต้น เรียงตัวอยู่ตามแม่น้ำโทโมเอะและบริเวณภูเขาอีโมริ เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน พื้นที่ทั้งหุบเขาจะเต็มไปด้วยสีแดงและสีทอง

จุดถ่ายภาพสำคัญคือสะพานไทเก็ตสึเคียวซึ่งมีสีแดงตัดกับต้นเมเปิลรอบด้าน บริเวณวัดโคจากุจิและเส้นทางริมแม่น้ำเหมาะสำหรับเดินชมแบบสบาย ๆ หากเดินทางด้วยรถเช่า ควรออกจากนาโกย่าตั้งแต่เช้า เพราะถนนเข้าสู่พื้นที่อาจมีรถติดมากในวันหยุด

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
Iimori, Asuke-cho, Toyota, Aichi 〒444-2424, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
จาก Nagoya ใช้รถไฟใต้ดินสาย Tsurumai / Meitetsu ไปยัง Toyotashi Station แล้วเปลี่ยนเป็นรถบัส
รถบัส
จาก Toyotashi Station นั่ง Meitetsu Bus ที่มุ่งหน้า Asuke ลงป้าย Korankei ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
อีกเส้นทาง
จาก Higashi Okazaki Station มีรถบัสมุ่งหน้า Asuke และลงป้าย Korankei ได้เช่นกัน
ขับรถ
ประมาณ 15 นาที จาก Chikaraishi IC บน Sanage Green Road หรือประมาณ 20 นาที จาก Toyota-Kanpachi IC ในสภาพการจราจรปกติ
หมายเหตุ
ช่วง Korankei Maple Festival การจราจรและลานจอดรถอาจหนาแน่นมาก เวลาเดินทางจริงอาจยาวกว่าปกติอย่างมาก หากไปวันหยุดควรออกเช้าหรือพิจารณาใช้รถบัส
ข้อมูลการเดินทาง: Aichi Now
ช่วงแนะนำ: กลาง–ปลายพฤศจิกายน ภูมิภาค: ชูบุ เหมาะกับ: ทริปขับรถจากนาโกย่า

เกียวโต Kyoto

วัดคิโยมิซุเดระ เกียวโตช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ภาพ: “Kiyomizu-dera, Kyoto”
โดย Martin Falbisoner / Wikimedia Commons / CC BY-SA 4.0

เกียวโต (京都 / Kyoto) เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถชมใบไม้สีแดงร่วมกับวัด ศาลเจ้า สวนญี่ปุ่น และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ จุดที่มีชื่อเสียง ได้แก่ วัดคิโยมิซุเดระ วัดโทฟุคุจิ วัดเอคันโด อาราชิยามะ วัดนันเซ็นจิ และวัดโคไดจิ

พื้นที่ภูเขาอย่างทาคาโอะ โอฮาระ และภูเขาฮิเอ มักเริ่มเปลี่ยนสีก่อนใจกลางเมืองเล็กน้อย ช่วง Peak โรงแรม รถไฟ และรถบัสในเกียวโตมักมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ควรเลือกเที่ยวสถานที่ยอดนิยมตั้งแต่เช้า และจัดวัดที่อยู่ในย่านเดียวกันไว้ในวันเดียว

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
1-294 Kiyomizu, Higashiyama-ku, Kyoto, Kyoto 〒605-0862, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
จุดชมใบไม้แดงในเกียวโตกระจายหลายย่าน ควรใช้ JR, Keihan, Hankyu หรือรถไฟใต้ดินไปยังสถานีที่ใกล้พื้นที่เที่ยวก่อน แล้วค่อยเดินหรือเปลี่ยนรถบัส
รถบัส
ตัวอย่าง Kiyomizu-dera จาก Kyoto Station สามารถใช้รถบัสไปลง Gojo-zaka หรือ Kiyomizu-michi แล้วเดินขึ้นสู่วัด
รถไฟ + เดิน
อีกทางคือ JR Nara Line ไป Tofukuji Station ต่อ Keihan Railway ลง Kiyomizu-Gojo Station แล้วเดินประมาณ 25 นาที
รถไฟใต้ดิน
สามารถใช้ Subway Karasuma Line และ Tozai Line ไป Higashiyama Station แล้วเดินเที่ยวผ่านย่าน Higashiyama, Ninenzaka และ Sannenzaka
ขับรถ
ไม่แนะนำให้ขับรถเข้าแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในใจกลางเกียวโตช่วง Peak เพราะรถติดและที่จอดจำกัด ควรจอดนอกโซนแล้วใช้รถไฟหรือรถบัสต่อ
หมายเหตุ
บทความนี้ยก Kiyomizu-dera เป็นตัวอย่างการเดินทาง เพราะเกียวโตมีจุดชมใบไม้หลายแห่ง ควรจัดวัดและสถานที่ที่อยู่โซนเดียวกันไว้วันเดียวเพื่อลดเวลาต่อรถ
ข้อมูลการเดินทาง: Kyoto City Official Travel Guide
ช่วงแนะนำ: กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม ภูมิภาค: คันไซ เหมาะกับ: วัดและบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิม

สวนมิโนและน้ำตกมิโน จังหวัดโอซาก้า Minoh Park and Minoh Falls, Osaka

น้ำตกมิโน จังหวัดโอซาก้าช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ภาพ: “Minoh Falls
โดย Go Imai / Wikimedia Commons / CC BY-SA 2.0

สวนมิโน หรือ Minoh Park (箕面公園 / Minoh Koen) เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีใกล้โอซาก้าที่เหมาะกับการเที่ยวครึ่งวัน จากย่านใจกลางโอซาก้าสามารถเดินทางมายังพื้นที่ได้ไม่ยาก จากนั้นเดินตามเส้นทางธรรมชาติไปยัง น้ำตกมิโน หรือ Minoh Falls (箕面大滝 / Minoh Otaki)

เส้นทางหลักมีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และได้รับการปรับให้เดินค่อนข้างสะดวก ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนใบไม้สีแดงและสีทองจะล้อมรอบทางเดิน ป่า และบริเวณน้ำตก นอกจากนี้ยังมีของกินประจำพื้นที่อย่างโมมิจิเทมปุระซึ่งนำใบเมเปิลมาชุบแป้งทอด

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
1-18 Minoh Park, Minoh, Osaka 〒562-0002, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
จาก Osaka-Umeda Station ใช้ Hankyu Railway สาย Takarazuka แล้วต่อ Minoh Line ไปลง Minoh Station
เดิน
จาก Minoh Station เดินตามเส้นทาง Takimichi เข้าสู่ Minoh Park และไปยังน้ำตกมิโนประมาณ 40–45 นาที
ขับรถ
สามารถขับรถมายังพื้นที่มิโนได้ แต่เส้นทางหลักสู่น้ำตกเป็นทางเดินจากฝั่งสถานีและสวน จึงเหมาะกับการใช้รถไฟแล้วเดินมากกว่าในวันที่นักท่องเที่ยวหนาแน่น
หมายเหตุ
เส้นทางจากสถานีไปน้ำตกเป็นทางเดินธรรมชาติระยะประมาณ 3 กิโลเมตร ควรเผื่อเวลาเดินไป–กลับและเลือกรองเท้าที่เดินสบาย โดยเฉพาะหลังฝนตก
ข้อมูลการเดินทาง: Osaka Official Tourism
ช่วงแนะนำ: ปลายพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม ภูมิภาค: คันไซ เหมาะกับ: ทริปครึ่งวันจากโอซาก้า

มิยาจิมะ จังหวัดฮิโรชิม่า Miyajima, Hiroshima

มิยาจิมะ จังหวัดฮิโรชิม่าช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
ภาพ: “Senjokaku Miyajima Japan in maple tree autumn foliage colours”
โดย sean / Wikimedia Commons / CC BY-SA 2.0

มิยาจิมะ (宮島 / Miyajima) ไม่ได้มีเพียงศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ และเสาโทริอิกลางทะเลเท่านั้น แต่ยังมีสวนโมมิจิดานิ วัดไดโชอิน อาคารเซ็นโจคาคุ และเส้นทางขึ้นภูเขามิเซ็นซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม

สวนโมมิจิดานิมีต้นเมเปิลจำนวนมากและมีสะพานสีแดงพาดผ่านลำธาร ส่วนพื้นที่รอบเซ็นโจคาคุและเจดีย์ห้าชั้นเหมาะกับการถ่ายภาพใบไม้แดงร่วมกับสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น หากต้องการขึ้นกระเช้าหรือเดินขึ้นภูเขามิเซ็นควรเผื่อเวลาเที่ยวเกือบเต็มวัน

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
Momijidani Park, Miyajimacho, Hatsukaichi, Hiroshima 〒739-0522, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
จาก Hiroshima Station นั่ง JR Sanyo Main Line ไป Miyajimaguchi Station ใช้เวลาประมาณ 28 นาที
รถราง
จากใจกลาง Hiroshima สามารถใช้ Hiroshima Electric Railway ไป Hiroden-miyajima-guchi แล้วเดินไปท่าเรือได้เช่นกัน
เรือเฟอร์รี่
จาก Miyajimaguchi ขึ้น JR West Miyajima Ferry หรือ Miyajima Matsudai Kisen ข้ามไปเกาะ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
ขับรถ
หากขับรถ ให้จอดบริเวณ Miyajimaguchi แล้วเดินไปขึ้นเฟอร์รี่จะสะดวกที่สุด สามารถลงทาง Hatsukaichi IC หรือ Ono IC ตามทิศทางที่เดินทางมา
หมายเหตุ
เมื่อถึงเกาะแล้ว จุดหลักอย่างศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ สวนโมมิจิดานิ และย่านร้านค้าสามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ ไม่จำเป็นต้องนำรถขึ้นเกาะสำหรับการเที่ยวทั่วไป
ข้อมูลการเดินทาง: Miyajima Tourist Association / JR West Miyajima Ferry
ช่วงแนะนำ: กลาง–ปลายพฤศจิกายน ภูมิภาค: ชูโกกุ เหมาะกับ: ธรรมชาติและแหล่งวัฒนธรรม

หุบเขายาบาเค จังหวัดโออิตะ Yabakei Gorge, Oita

ใบไม้สีแดงในหุบเขาชินยาบาเค จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น
ภาพ: “Red leaves in front of Auberge Kaedenoki in Shin-Yabakei Valley”
โดย そらみみ / Wikimedia Commons / CC BY-SA 4.0

หุบเขายาบาเค หรือ Yabakei Gorge (耶馬溪 / Yabakei) เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสำคัญของคิวชู ตั้งอยู่ในจังหวัดโออิตะ พื้นที่ประกอบด้วยหุบเขาหลายส่วน เช่น Hon-Yabakei, Shin-Yabakei, Ura-Yabakei และ Oku-Yabakei โดยแต่ละบริเวณมีหน้าผา ลำธาร สะพานหิน และแนวต้นเมเปิลแตกต่างกัน

จุดที่ได้รับความนิยมมากคือ Hitome Hakkei ซึ่งสามารถมองเห็นยอดผาหินหลายแห่งได้พร้อมกัน นอกจากนี้ยังสามารถแวะอุโมงค์ Ao no Domon และแนวหน้าผา Kyoshuho ระหว่างเส้นทาง พื้นที่ค่อนข้างกว้างและขนส่งสาธารณะมีจำกัด การเดินทางด้วยรถเช่าจึงช่วยให้จัดเส้นทางได้ยืดหยุ่นกว่า

วิธีเดินทาง
ที่อยู่
3152 Shinyaba, Yabakei-machi, Nakatsu, Oita 〒871-0422, Japan🗺️ เปิดใน Google Maps
รถไฟ
ใช้ JR มายัง Nakatsu Station ซึ่งเป็นฐานหลักสำหรับต่อรถบัส รถเช่า หรือแท็กซี่เข้าสู่พื้นที่ยาบาเค
รถบัส
มีรถบัสท้องถิ่นจาก Nakatsu Station ไปหลายพื้นที่ของ Yabakei เช่น เส้นทางไป Morizane Onsen; ตัวอย่างไป Yabakei Cycling Terminal ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ถึง Yabakei Chuugakkou Mae แล้วเดินต่อ
แท็กซี่
เหมาะกับผู้ที่ไม่ขับรถและต้องการเจาะจงบางจุด เพราะรถบัสในพื้นที่มีจำนวนเที่ยวจำกัด
ขับรถ
เป็นวิธีที่ยืดหยุ่นที่สุดสำหรับการเที่ยวหลายโซน เช่น Hon-Yabakei, Shin-Yabakei และ Hitome Hakkei เพราะสถานที่กระจายตัวและขนส่งสาธารณะไม่ได้ครอบคลุมทุกจุด
จักรยาน
บางส่วนของ Yabakei สามารถเที่ยวด้วยจักรยานบน Maple Yaba Cycling Road ซึ่งวิ่งตามแนวเส้นทางรถไฟเก่าและผ่านวิวหุบเขา
หมายเหตุ
ตารางรถบัสของ Nakatsu–Yabakei มีการปรับตามรอบปีและบางเส้นทางมีเที่ยวไม่มาก ควรตรวจตารางล่าสุดก่อนออกเดินทาง หากต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว รถเช่าจะจัดเวลาได้ง่ายกว่า
ข้อมูลการเดินทาง: Nakatsu Yabakei Tourism: Bus Timetable / Visit Oita
ช่วงแนะนำ: ต้น–ปลายพฤศจิกายน ภูมิภาค: คิวชู เหมาะกับ: ทริปขับรถโออิตะและเบปปุ

เลือกจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีตามเดือนอย่างไร?

เดือนเดินทางพื้นที่แนะนำจุดหมายที่เหมาะ
กันยายน พื้นที่สูงในฮอกไกโด ไดเซ็ตสึซัง อาซาฮิดาเกะ และคุโรดาเกะ
ตุลาคม โทโฮคุ และพื้นที่ภูเขาสูง โออิราเสะ นารุโกะ นิกโก้ คามิโคจิ และคุโรเบะ
พฤศจิกายน คันโต ชูบุ คันไซ ชูโกกุ และคิวชู ฮาโกเนะ โครันเค เกียวโต มิยาจิมะ และยาบาเค
ปลายพฤศจิกายน ถึงต้นธันวาคม พื้นที่ระดับต่ำ และเมืองใหญ่ เกียวโต สวนมิโน โตเกียว และบางพื้นที่ในคิวชู
หมายเหตุ: ช่วง Peak ของใบไม้เปลี่ยนสีอาจเลื่อนเร็วหรือช้ากว่าปกติในแต่ละปี ควรใช้ตารางนี้สำหรับเลือกภูมิภาคเบื้องต้น และตรวจสอบสถานะใบไม้จริงก่อนออกเดินทางอีกครั้ง

6 ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

  • ตรวจสอบสถานะใบไม้ก่อนเดินทาง
    ควรตรวจสอบภาพล่าสุดหรือรายงานสถานะใบไม้จากเว็บไซต์การท่องเที่ยว ของจังหวัดและสถานที่นั้นโดยตรง
  • จองที่พักล่วงหน้า
    เกียวโต นิกโก้ ฮาโกเนะ และเมืองออนเซ็นยอดนิยม อาจมีที่พักเต็มเร็ว โดยเฉพาะคืนวันศุกร์และวันเสาร์
  • เตรียมเสื้อผ้าแบบหลายชั้น
    บริเวณภูเขา ทะเลสาบ และหุบเขามักมีอุณหภูมิต่ำกว่าตัวเมือง ควรมีเสื้อกันลมและรองเท้าที่เหมาะกับการเดิน
  • เริ่มเที่ยวตั้งแต่เช้า
    การเดินทางถึงก่อนช่วงสายช่วยลดเวลารอรถบัส หาที่จอดรถง่ายขึ้น และถ่ายภาพได้สะดวกกว่า
  • ไม่ควรจัดสถานที่มากเกินไปในวันเดียว
    ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีการจราจรอาจใช้เวลานานกว่าปกติ โดยเฉพาะถนนขึ้นภูเขาและเส้นทางที่มีช่องจราจรจำกัด
  • เลือกวิธีเดินทางให้เหมาะกับพื้นที่
    ใจกลางเกียวโตเหมาะกับรถไฟและรถบัส ส่วนยาบาเค โครันเค และพื้นที่ชนบทของฮอกไกโด อาจเดินทางด้วยรถเช่าได้สะดวกกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น

ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นเดือนไหนสวยที่สุด?

เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่มีตัวเลือกมากที่สุด เพราะหลายพื้นที่ในคันโต ชูบุ คันไซ ชูโกกุ และคิวชู เข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เดินทางเดือนกันยายนหรือตุลาคม ยังสามารถเลือกเที่ยวฮอกไกโด โทโฮคุ และพื้นที่ภูเขาสูงได้

ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นมีวันที่ Peak แน่นอนหรือไม่?

ไม่มีวันที่ตายตัว ช่วง Peak เปลี่ยนแปลงได้ตามอุณหภูมิ ฝน ลม ระดับความสูง และสภาพอากาศของแต่ละปี วันที่จากปีก่อนจึงควรใช้เป็นแนวทางเท่านั้น

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีใกล้โตเกียวมีที่ไหนบ้าง?

นิกโก้ ฮาโกเนะ และทะเลสาบคาวากุจิโกะ เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทริปจากโตเกียว นิกโก้เหมาะกับวัดและทะเลสาบ ส่วนฮาโกเนะเหมาะกับออนเซ็นและการพักค้างคืน

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีใกล้โอซาก้ามีที่ไหน?

สวนมิโนสามารถเที่ยวแบบครึ่งวันได้ ส่วนเกียวโตและนาราเหมาะกับการจัดเป็นทริปเต็มวัน โดยช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม มักเป็นช่วงที่พื้นที่ระดับต่ำในคันไซเริ่มสวย

เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีจำเป็นต้องเช่ารถหรือไม่?

ไม่ได้จำเป็นทุกพื้นที่ เกียวโต โอซาก้า นิกโก้ ฮาโกเนะ และมิยาจิมะสามารถเดินทางด้วยรถไฟและรถบัสได้ แต่พื้นที่หุบเขาหรือชนบท เช่น ยาบาเค โครันเค และบางส่วนของฮอกไกโด จะเดินทางด้วยรถเช่าได้ยืดหยุ่นกว่า

ผู้สูงอายุและเด็กควรเลือกจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหน?

ฮาโกเนะ มิยาจิมะ เกียวโต และรถไฟหุบเขาคุโรเบะ เหมาะกับครอบครัว เพราะสามารถชมวิวได้โดยไม่ต้องเดินป่าระยะไกล ส่วนโออิราเสะ คามิโคจิ และไดเซ็ตสึซัง ควรเลือกเส้นทางให้เหมาะกับสภาพร่างกาย

ควรแต่งตัวอย่างไรในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี?

ควรแต่งตัวแบบหลายชั้นและมีเสื้อกันลมติดตัว พื้นที่ภูเขาอาจมีอากาศหนาวใกล้เคียงฤดูหนาว ในช่วงเช้าและหลังพระอาทิตย์ตก ขณะที่เมืองใหญ่ในช่วงกลางวันอาจยังไม่หนาวมาก

สรุปจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีฤดูใบไม้เปลี่ยนสีต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายนถึงต้นเดือนธันวาคม หากเดินทางต้นฤดูควรเลือกไดเซ็ตสึซังและพื้นที่สูงของฮอกไกโด เดือนตุลาคมเหมาะกับโทโฮคุ นิกโก้ คามิโคจิ และคุโรเบะ ส่วนเดือนพฤศจิกายนเหมาะกับฮาโกเนะ โครันเค เกียวโต มิยาจิมะ และหุบเขายาบาเค

หัวใจสำคัญของการวางแผนเที่ยวจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น คือการเลือกภูมิภาคให้ตรงกับเดือนเดินทาง ติดตามสถานะใบไม้ก่อนออกเดินทาง และไม่จัดโปรแกรมแน่นเกินไป หากเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ควรพิจารณาวิธีเดินทาง จำนวนสัมภาระ จุดจอดรถ และสภาพเส้นทางในพื้นที่ภูเขาล่วงหน้า

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เวลาทำการ ตารางรถ การปิดเส้นทาง และกิจกรรมตามฤดูกาลอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top