Locker ฝากกระเป๋าญี่ปุ่น พร้อม 6 วิธีใช้ง่ายๆ ให้ไม่พลาด

ตู้ฝากกระเป๋าญี่ปุ่น   หรือ Coin Locker  เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องย้ายเมือง เช็กอินโรงแรมช้า หรืออยากเที่ยวต่อหลังเช็กเอาต์ โดยไม่ต้องลากกระเป๋าไปด้วย บทความนี้สรุปวิธีใช้ตู้ Locker ในญี่ปุ่น ราคาโดยประมาณ ขนาดกระเป๋าที่ใส่ได้ วิธีจ่ายเงิน และข้อควรระวังสำหรับมือใหม่ก่อนใช้บริการตู้ฝากกระเป๋า

Locker คืออะไร

ตู้ฝากกระเป๋าญี่ปุ่น หรือที่มักเรียกว่า Locker คือ ตู้ล็อกเกอร์สำหรับฝากกระเป๋าชั่วคราว มีทั้งแบบหยอดเหรียญและแบบดิจิตอล พบได้บ่อยตามสถานีรถไฟใหญ่ สถานีชินคันเซ็น สนามบิน ห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว และบางจุดในย่านช้อปปิ้ง และราคามักแตกต่างกันตามขนาดตู้

ตู้ฝากกระเป๋าเหมาะกับใคร

สถานการณ์ที่เหมาะกับการใช้ Locker ได้แก่

  • เมื่อถึงญี่ปุ่นตอนเช้า และต้องการออกไปเที่ยวก่อน Chek-in ที่โรมแรม
  • เมื่อ Check-out ที่โรงแรมแล้ว และต้องการเที่ยวต่อก่อนขึ้นรถไฟหรือไปสนามบิน
  • เดินทางด้วยรถไฟหลายเมือง และไม่อยากลากกระเป๋าในสถานีรถไฟ
  • แวะเที่ยวระหว่างทางหรือเที่ยวแบบเปลี่ยนเมือง
  • ไปช้อปปิ้งแล้วไม่อยากถือของหนักทั้งวัน

ตู้ฝากกระเป๋าราคาเท่าไหร่และใส่ขนาดไหนได้บ้าง

ตู้ฝากกระเป๋าในญี่ปุ่นมีหลายขนาดเพื่อรองรับสัมภาระตั้งแต่กระเป๋าถือใบเล็กไปจนถึงกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ โดยราคาจะแตกต่างกันตามสถานที่ ขนาดของตู้ และผู้ให้บริการ ดังนั้นราคาจึงตรวจสอบราคาก่อนใช้งาน

โดยทั่วไปสามารถแบ่งขนาด ได้ดังนี้

  1. ขนาดเล็ก (Small) เหมาะกับกระเป๋าขนาด 18-20 นิ้ว กระเป๋าเป้ หรือสัมภาระขนาดเล็ก
    ราคาประมาณ 300–400 เยน/วัน
  2. ขนาดกลาง (Medium) เหมาะกับกระเป๋าเดินทางขนาดกลางประมาณ 22-24 นิ้ว
    ราคาประมาณ 400–500 เยน/วัน
  3. ขนาดใหญ่ (Large) เหมาะกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ประมาณ 26-28 นิ้ว
    ราคาประมาณ 500–800 เยน/วัน
  4. ขนาดใหญ่พิเศษ (XL) เหมาะสำหรับสัมภาระขนาดใหญ่ขนาดประมาณ 29-32 นิ้ว
    อาจมีราคาประมาณ 900-1,000 เยนขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ราคาและขนาดจริงควรตรวจสอบที่หน้าตู้ก่อนใช้งาน เพราะตู้ฝากกระเป๋าแต่ละแห่งมีอัตราค่าบริการแตกต่างกัน นอกจากนี้บางสถานีคิดค่าบริการตาม “วันปฏิทิน” มากกว่าจำนวน 24 ชั่วโมง หมายความว่าฝากช่วงเวลา 20:00 น. แล้วมาเปิดในช่วงเช้าของวันถัดไป อาจถูกคิดเป็น 2 วัน ตามเงื่อนไขของตู้ และส่วนใหญ่จะสามารถฝากกระเป๋าได้ไม่เกิน 3 วัน

ตู้ฝากกระเป๋าอยู่ที่ไหนและหาอย่างไร

บริเวณสถานีรถไฟขนาดใหญ่ เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku, Osaka และ Kyoto มักมีตู้ฝากกระเป๋าหลายจุด แต่จำนวนช่องว่างอาจไม่เพียงพอในช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวและฤดูกาลท่องเที่ยว จึงแนะนำให้มาฝากกระเป๋าช่วงเช้า หรือเช็คและจองตู้ฝากกระเป๋าล่วงหน้า

ตำแหน่งที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. บริเวณชั้นใต้ดินหรือชั้นทางเดินของสถานี
  2. ใกล้ทางเข้า–ออกสถานี
  3. บริเวณชานชาลาหรือทางเชื่อมระหว่างสายรถไฟ
  4. ใกล้สถานีขนส่งหรือจุดเปลี่ยนรถไฟ
  5. ห้างสรรพสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง

เว็บไซต์สำหรับหาที่ตั้งตู้ฝากกระเป๋าในสถานีรถไฟ : https://www.coinlocker-navi.com

Application และบริการรับฝากกระเป๋าอื่น ๆ

  • Ecbo Cloak สามารถโหลดแอปพลิเคชันหรือเข้าที่เว็บไซต์ : https://cloak.ecbo.io/en
    สามารถค้นหาสถานที่ที่มีบริการรับฝากกระเป๋า ทั้งร้านค้า โรงแรม ครอบคลุมหลายพื้นที่ท่องเที่ยว โตเกียว โอซาก้า เกียวโต ฟูกุโอกะ ฝากได้หลายขนาดและหลายใบ รวมถึงยังสามารถจองล่วงหน้าไว้ได้อีกด้วย
  • Sagawa Express
    มีบริการรับฝากกระเป๋า รวมถึงมีบริการส่งกระเป๋าไปยังโรงแรมหรือสนามบินอีกด้วย

สำหรับคนที่เช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น ตู้ฝากกระเป๋าก็มีประโยชน์เช่นกัน เช่น วันที่ต้องคืนรถแล้วมีเวลาว่างก่อนเดินทางไปสนามบิน สามารถฝากกระเป๋าไว้ใกล้สถานีแล้วไปเที่ยวต่อได้ โดยควรวางแผนให้จุดฝากกระเป๋าอยู่ห่างจากสถานีหรือจุดหมายถัดไปไม่เกินประมาณ 500 เมตร–1 กิโลเมตร เพื่อไม่ต้องเดินลากกระเป๋าไกล

วิธีใช้ตู้ฝากกระเป๋า

ตู้ฝากกระเป๋าแบบดิจิตอล

  1. หาตู้ว่าง โดยสังเกตได้จากไฟสีเขียว หรือตู้ที่มีไฟแสดง
  2. ใส่กระเป๋าหรือสัมภาระที่ต้องการฝาก จากนั้นกดก้านล็อคที่ตู้ลง
  3. ไปที่จอและเลือกตู้ที่ต้องการจะฝาก
  4. เลือกวิธีชำระเงิน ส่วนใหญ่สามารถใช้ IC Card ได้
  5. เมื่อชำระแล้วจะได้ใบเสร็จ บางแห่งอาจมี QR Code ในใบเสร็จเพื่อนำของออกด้วย
  6. เมื่อต้องการนำกระเป๋าออก ให้กดที่หน้าจอ และแตะชำระด้วย IC Card

ตู้ฝากกระเป๋าแบบหยอดเหรียญ

  1. หาตู้ว่าง โดยสังเกตได้จากตู้ที่มีกุญแจ
  2. ใส่กระเป๋าหรือสัมภาระที่ต้องการฝาก
  3. หยอดเหรียญตามราคาที่แสดง (ส่วนใหญ่จะใช้เหรียญ 100 เยน)
  4. หมุนกุญแจเพื่อล็อคตู้ และเก็บกุญแจไว้ (หากมีการปิดแล้วเปิดตู้ใหม่อีกครั้ง จะต้องเสียค่าบริการใหม่)
  5. จำหรือถ่ายรูปเบอร์ของตู้ที่ฝาก เมื่อต้องการนำกระเป๋าออกสามารถใช้กุญแจไขตู้ได้เลย

หากกุญแจหาย

  • หากทำกุญแจหาย จะต้องจ่ายเงินเพิ่มอย่างน้อย 1,000 เยน

ข้อควรระวังก่อนใช้ตู้ฝากกระเป๋า

  1. ตรวจขนาดกระเป๋าก่อนจ่ายเงิน
    กระเป๋าเดินทาง 28 นิ้วอาจไม่สามารถใส่ในช่อง Large บางรุ่นได้
  2. ดูเวลาฝากสูงสุด
    ตู้ฝากกระเป๋าแต่ละแห่งอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน
  3. อย่าลืมตำแหน่งตู้
    ถ่ายรูปหมายเลขตู้และบริเวณโดยรอบไว้
  4. เก็บกุญแจหรือรหัสให้ดี
    หากทำหายอาจต้องติดต่อเจ้าหน้าที่
  5. อย่าฝากของมีค่า
    เช่น หนังสือเดินทาง เงินสด กล้อง หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพง
  6. ระวังอาหารสดและของที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
    ตู้ฝากกระเป๋าทั่วไปไม่ได้เป็นตู้แช่เย็น

คำถามที่พบบ่อย

Q: ใช้ IC Card จ่ายได้ไหม?

A: ได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะตู้รุ่นใหม่ตามสถานีรถไฟใหญ่ เช่น JR East ระบุว่า Welcome Suica สามารถใช้จ่ายเงินและใช้เป็นกุญแจได้ในบางระบบ แต่ไม่ใช่ทุกตู้จะรองรับ IC Card จึงควรเตรียมเหรียญ 100 เยนไว้ด้วย

Q: ฝากกระเป๋าข้ามคืนได้ไหม?

A: บางตู้ฝากข้ามคืนได้ แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามจำนวนวันที่ฝาก และแต่ละตู้มีระยะเวลาฝากสูงสุดไม่เท่ากัน ถ้าจะฝากข้ามคืน ควรอ่านเงื่อนไขหน้าตู้ให้ชัดเจน

Q: ตู้ฝากกระเป๋าญี่ปุ่นราคาเท่าไหร่?

A: โดยทั่วไปอยู่ประมาณ 300–1,000 เยน แล้วแต่ขนาดและพื้นที่ ตู้เล็กมักถูกกว่า ส่วนตู้ใหญ่หรือใหญ่มากสำหรับกระเป๋าเดินทางอาจอยู่ประมาณ 600–1,000 เยนขึ้นไป ควรดูราคาหน้าตู้ก่อนใช้งานทุกครั้ง

Q: ถ้าหาตู้ที่ฝากไว้ไม่เจอต้องทำอย่างไร?

A: ให้ดูรูปที่ถ่ายไว้ เช่น หมายเลขตู้ โซนสถานี ชั้น และทางออกใกล้เคียง หากยังหาไม่เจอ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สถานีหรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พร้อมแสดงใบเสร็จ กุญแจ หรือข้อมูลจากบัตร IC ที่ใช้ล็อกตู้ ดังนั้นควรถ่ายรูปไว้ตั้งแต่ตอนฝากทุกครั้ง

Q: ถ้าทำกุญแจหรือรหัสหาย ต้องทำอย่างไร?

A: ไม่ควรพยายามเปิดตู้ด้วยตัวเอง ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการตามข้อมูลที่ระบุบนตู้ฝากกระเป๋าและเตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น หมายเลขตู้หรือใบฝากกระเป๋าไว้ด้วย

ตู้ฝากกระเป๋า เป็นตัวช่วยที่สะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเที่ยวแบบตัวเบา ไม่ต้องลากกระเป๋าไปตามสถานีหรือแหล่งท่องเที่ยว จุดสำคัญคือควรเลือกขนาดตู้ให้เหมาะกับกระเป๋า เตรียมเงินสดหรือ IC Card เผื่อไว้ ถ่ายรูปตำแหน่งตู้ทุกครั้ง และเผื่อเวลาไปรับกระเป๋าก่อนขึ้นรถไฟหรือไปสนามบิน

หากเดินทางเป็นครอบครัว มีกระเป๋าหลายใบ หรือไม่อยากจัดการสัมภาระเอง สามารถพิจารณารถส่วนตัวพร้อมคนขับ สอบถามเพิ่มเติมที่ paijapanmai.com เพื่อวางแผนทริปญี่ปุ่นให้เดินทางง่ายและเหมาะกับสไตล์ของคุณ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top