
ออนเซ็นชื่อดังทั่วญี่ปุ่น ไม่ได้มีเพียงบ่อน้ำร้อนสำหรับแช่ตัว แต่แต่ละพื้นที่ยังมีเอกลักษณ์ต่างกัน ทั้งเรียวกังแบบดั้งเดิม บ่อกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ เมืองออนเซ็นเก่าแก่ ไปจนถึงรีสอร์ตที่เดินทางแบบ Day Trip ได้สะดวก
บทความนี้รวบรวม 10 ออนเซ็นชื่อดังตั้งแต่ฮอกไกโด โทโฮคุ คันโต ชูบุ คันไซ ชิโกกุ ไปจนถึงคิวชู พร้อมจุดเด่น วิธีเดินทาง และข้อมูลว่าแต่ละแห่งเหมาะกับ Day Trip หรือควรพักค้างคืน เพื่อช่วยให้สายแช่ออนเซ็นเลือกจุดหมายให้เข้ากับเส้นทางเที่ยวได้ง่ายขึ้น
ออนเซ็นชื่อดังทั่วญี่ปุ่นมีอะไรน่าสนใจ
เสน่ห์ของ ออนเซ็นชื่อดัง แต่ละแห่งไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด บางพื้นที่เป็นเมืองออนเซ็นที่เหมาะกับการพักเรียวกังและเดินเล่นในชุดยูกาตะ ขณะที่บางแห่งกระจายตัวเป็นหลายเขตน้ำพุร้อนและสามารถเลือกแช่แบบ Day Trip ได้ นักท่องเที่ยวจึงควรดูทั้งบรรยากาศ การเดินทาง และรูปแบบการเข้าใช้บ่อก่อนเลือกจุดหมาย
บางพื้นที่เหมาะกับการทำ Yumeguri (湯めぐり) หรือการตระเวนแช่ออนเซ็นหลายบ่อ เพราะแหล่งน้ำพุร้อนแต่ละแห่งอาจมีสี กลิ่น อุณหภูมิ และองค์ประกอบของน้ำแตกต่างกัน ขณะที่บางเมืองมีถนนช็อปปิ้ง คาเฟ่ ร้านขนม และสถานที่ถ่ายรูป สามารถเที่ยวได้แม้สมาชิกบางคนในทริปไม่ต้องการแช่ออนเซ็น
หลายแห่งเที่ยวแบบ Day Trip ได้และมีบ่อสาธารณะหรือเรียวกังที่รับผู้ใช้บริการภายนอก แต่ถ้ามีเวลา การพักอย่างน้อย 1 คืนยังช่วยให้ได้สัมผัสช่วงเย็นและเช้าของเมืองออนเซ็น รวมถึงแช่น้ำร้อนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรอบรถกลับมากเกินไป
เปรียบเทียบ 10 ออนเซ็นชื่อดังทั่วญี่ปุ่น
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกที่ไหน ตารางนี้ช่วยเปรียบเทียบพื้นที่ จุดเด่น และรูปแบบทริปของแต่ละแห่งแบบรวดเร็ว
| ออนเซ็น | จังหวัด | จุดเด่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
|
โนโบริเบ็ตสึออนเซ็น Noboribetsu Onsen | ฮอกไกโด | หุบเขานรกและน้ำพุร้อน | เที่ยวฮอกไกโด |
|
กินซังออนเซ็น Ginzan Onsen | ยามากาตะ | เรียวกังไม้ย้อนยุค | ถ่ายรูปฤดูหนาว |
|
นิวโตออนเซ็นเคียว Nyuto Onsenkyo | อาคิตะ | บ่อกลางป่าธรรมชาติ | คนชอบความสงบ |
|
คุซัตสึออนเซ็น Kusatsu Onsen | กุมมะ | ยุบาตาเกะกลางเมือง | ทริปจากโตเกียว |
|
ฮาโกเนะออนเซ็น Hakone Onsen | คานากาวะ | ออนเซ็นหลายเขตใกล้โตเกียว | Day Trip จากโตเกียว |
|
เกโระออนเซ็น Gero Onsen | กิฟุ | เดินทางสะดวกด้วยรถไฟ | นาโกย่า–ทาคายาม่า |
|
คิโนซากิออนเซ็น Kinosaki Onsen | เฮียวโงะ | บ่อสาธารณะ 7 แห่ง | โอซาก้า–เกียวโต |
|
โดโกะออนเซ็น Dogo Onsen | เอฮิเมะ | ออนเซ็นเก่าแก่ | เที่ยวชิโกกุ |
|
เบปปุออนเซ็น Beppu Onsen | โออิตะ | Beppu Hatto และบ่อหลากหลาย | สายแช่และเที่ยวคิวชู |
|
คุโรคาวะออนเซ็น Kurokawa Onsen | คุมาโมโตะ | เรียวกังกลางหุบเขา | Road Trip คิวชู |
บนมือถือสามารถเลื่อนตารางไปทางซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลได้ครบ
10 ออนเซ็นชื่อดังทั่วญี่ปุ่น
1 โนโบริเบ็ตสึออนเซ็น จังหวัดฮอกไกโด Noboribetsu Onsen, Hokkaido

โนโบริเบ็ตสึออนเซ็น (Noboribetsu Onsen / 登別温泉) เป็นหนึ่งในเมืองน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮอกไกโด จุดเด่นคือบริเวณ Jigokudani (地獄谷) หรือหุบเขานรก ซึ่งมีไอน้ำและน้ำร้อนพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน เป็นภูมิประเทศที่เกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟและสามารถเดินชมตามเส้นทางธรรมชาติได้
บริเวณนี้มีน้ำพุร้อนหลายประเภท จึงพบทั้งน้ำสีขาวขุ่นที่มีกำมะถัน น้ำที่มีเกลือ และน้ำแร่ลักษณะอื่น ๆ ตามโรงแรมหรือเรียวกังแต่ละแห่ง ใจกลางเมืองมีร้านอาหาร ร้านของฝาก และที่พักหลายระดับ ทำให้เหมาะกับผู้ที่เพิ่งลองเที่ยวเมืองออนเซ็นเป็นครั้งแรก
นอกจาก Jigokudani แล้ว ยังสามารถเดินต่อไปยัง Oyunuma และ Oyunuma River Natural Footbath ซึ่งเป็นจุดแช่เท้าธรรมชาติที่ใช้น้ำพุร้อน ไหลมาจากบริเวณ Oyunuma ตามลำธารกลางป่า เหมาะสำหรับแวะพักขาหลังเดินชมเส้นทางธรรมชาติ และช่วยให้ทริป Noboribetsu มีมากกว่าการเดินชม Jigokudani เพียงจุดเดียว
📍 ที่อยู่:
Noboribetsu International Tourism and Convention Association
76 Noboribetsu Onsencho, Noboribetsu, Hokkaido 〒059-0551, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚆 รถไฟ: จาก Sapporo หรือ New Chitose Airport สามารถนั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Noboribetsu แล้วต่อรถบัสเข้า Noboribetsu Onsen
🚌 รถบัส: จาก JR Noboribetsu Station มี Donan Bus เข้าเขตออนเซ็น และจาก New Chitose Airport มี Express Noboribetsu Onsen Airport-go วิ่งตรง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีและเป็นระบบที่นั่งจอง
🚗 ขับรถ: หากขับจาก Sapporo หรือสนามบิน สามารถใช้ Hokkaido Expressway มาทาง Noboribetsu-Higashi IC แล้วขับต่อเข้าเขตออนเซ็น เหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับ Lake Toya และฮอกไกโดตอนใต้
🕒 Day Trip: ◎ ทำได้สะดวก — จาก Sapporo สามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้ และโรงแรมหลายแห่งมีช่วง Day-use หากอยากเดิน Jigokudani, Oyunuma และแช่ออนเซ็นแบบไม่เร่งรีบ แนะนำค้าง 1 คืน
2 กินซังออนเซ็น จังหวัดยามากาตะ Ginzan Onsen, Yamagata

กินซังออนเซ็น (Ginzan Onsen / 銀山温泉) เป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่มีภาพจำโดดเด่นที่สุดของญี่ปุ่น อาคารเรียวกังไม้เรียงตัวอยู่สองฝั่งแม่น้ำ มีสะพานขนาดเล็กและไฟที่ช่วยสร้างบรรยากาศย้อนยุค โดยเฉพาะช่วงค่ำและฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม
พื้นที่นี้พัฒนาขึ้นบริเวณอดีตเหมืองเงิน และยังคงรักษาบรรยากาศแบบเมืองออนเซ็นขนาดเล็กไว้ได้ดี ใจกลางเมืองเหมาะกับการเดินมากกว่าการขับรถ นักท่องเที่ยวจึงนิยมเช็กอินเรียวกัง เปลี่ยนเป็นยูกาตะ แล้วเดินเล่นตามแม่น้ำและร้านค้าต่าง ๆ
หากมีเวลา สามารถเดินต่อจากใจกลางเมืองไปยัง Shirogane Falls และเส้นทางเดินธรรมชาติรอบพื้นที่อดีตเหมืองเงินได้ นอกจากนี้บริเวณทางเข้าเมืองยังมีบ่อแช่เท้า และบ่อสาธารณะสำหรับผู้ที่ไม่ได้พักเรียวกัง อย่างไรก็ตาม เส้นทางเดินบางส่วนอาจเข้าไม่ได้เมื่อมีหิมะ จึงควรตรวจสภาพเส้นทางก่อนเดิน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวและต้นฤดูใบไม้ผลิ
📍 ที่อยู่:
Ginzan Onsen Tourist Information Center
429 Ginzanshinhata, Obanazawa, Yamagata 〒999-4333, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚆 รถไฟ: จุดเชื่อมต่อหลักคือ JR Oishida Station บนเส้นทาง Yamagata Shinkansen จากนั้นต้องต่อบริการรถที่ได้รับอนุญาตเข้าสู่ Ginzan Onsen
🚌 รถบัส: Ginzan Onsen อาจมีการจัดระเบียบผู้เข้าชม ใช้ Shuttle Bus หรือกำหนดรูปแบบการเดินทางในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ผู้เดินทางแบบ Day Trip ควรตรวจระบบและเงื่อนไขการจองล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง
🚐 รถรับส่ง: ผู้เข้าพักควรตรวจสอบรถรับส่งของเรียวกังโดยตรง ส่วนรถทัวร์หรือแท็กซี่บางประเภทต้องเปลี่ยนเป็น Shuttle Bus ที่ Taisho Roman-kan และอาจต้องจองล่วงหน้า
🚗 ขับรถ: ในช่วงที่มีมาตรการควบคุมรถส่วนตัว อาจต้องใช้ระบบ Park & Ride และเปลี่ยนเป็น Shuttle Bus แทนการขับรถเข้าเมืองออนเซ็นโดยตรง จึงควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนออกเดินทาง
🕒 Day Trip: ○ ทำได้ — จาก Oishida Station ต่อรถบัสเข้า Ginzan Onsen ได้ แต่รอบรถมีไม่ถี่และการเดินทางจาก Tokyo ค่อนข้างยาว หากอยากชมไฟยามค่ำและบรรยากาศหิมะ แนะนำค้าง 1 คืน
3 นิวโตออนเซ็นเคียว จังหวัดอาคิตะ Nyuto Onsenkyo, Akita

นิวโตออนเซ็นเคียว (Nyūtō Onsenkyō / 乳頭温泉郷) แตกต่างจากเมืองออนเซ็นที่มีร้านค้าเรียงราย เพราะออนเซ็นและที่พักกระจายตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบริเวณเชิงเขาในจังหวัดอาคิตะ ภายในพื้นที่มีแหล่งออนเซ็น 7 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีต้นน้ำและลักษณะของน้ำแตกต่างกัน
หนึ่งในสถานที่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ Tsurunoyu Onsen ซึ่งมีอาคารแบบดั้งเดิมและบ่อน้ำสีขาวขุ่น บรรยากาศเหมาะกับผู้ที่อยากหลีกออกจากเมืองใหญ่และใช้เวลาพักผ่อนท่ามกลางป่า โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ทิวทัศน์รอบออนเซ็นถูกปกคลุมด้วยหิมะ
สำหรับผู้ที่พักค้างคืนในเรียวกังสมาชิกของ Nyuto Onsenkyo สามารถซื้อ Yumeguri-cho (湯めぐり帖) หรือสมุดพาสสำหรับตระเวนแช่ออนเซ็นของที่พักสมาชิกทั้ง 7 แห่งได้ ราคา ผู้ใหญ่ 2,500 เยน / เด็ก 1,000 เยน และชำระด้วยเงินสด เหมาะกับผู้ที่ตั้งใจลองแช่หลายแห่ง เพราะซื้อพาสครั้งเดียวแล้วใช้สิทธิ์เข้าออนเซ็นของสมาชิกแต่ละแห่งได้ ตามเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ต้องจ่ายค่าเข้าแยกทีละแห่ง
การเดินทางระหว่างเรียวกังสามารถใช้ Yumeguri-go (湯めぐり号) ซึ่งเป็นรถ Shuttle ที่วิ่งเชื่อมจุดต่าง ๆ ภายใน Nyuto Onsenkyo ตามตารางของสมาคม จึงช่วยให้ตระเวนแช่ออนเซ็นหลายแห่งได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ขับรถ ควรตรวจเวลา Day Spa และตารางรถล่าสุดก่อนเริ่มตระเวน
📍 ที่อยู่:
Tsurunoyu Onsen — จุดนำทางหลัก
50 Sendatsuzawa Kokuyurin, Tazawako Tazawa, Semboku, Akita 〒014-1204, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚆 รถไฟ: จาก Tokyo สามารถนั่ง Akita Shinkansen Komachi มาลง JR Tazawako Station ซึ่งเป็นสถานีหลักสำหรับต่อเข้า Nyuto Onsenkyo
🚌 รถบัส: จาก JR Tazawako Station ขึ้น Ugo Kotsu สาย Nyuto Line ใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยป้ายที่ควรลงแตกต่างกันตามเรียวกังที่พัก
✈️ จากสนามบิน: จาก Akita Airport มี Airport Liner สำหรับพื้นที่ Nyuto Onsenkyo ใช้เวลาประมาณ 130 นาที และควรตรวจเงื่อนไขการจองล่วงหน้า
🚗 ขับรถ: สามารถขับรถเข้าแต่ละเรียวกังได้ แต่ที่พักทั้ง 7 แห่งกระจายตัวคนละจุด ควรตั้งปลายทางเป็นชื่อเรียวกังโดยตรง และใช้ยางหิมะเมื่อมีหิมะ
🕒 Day Trip: ○ ทำได้ถ้าเริ่มเช้า — จาก Tazawako Station นั่งรถบัสเข้าพื้นที่ได้ แต่บ่อทั้ง 7 แห่งกระจายตัวและเวลา Day-use แตกต่างกัน ส่วน Yumeguri Pass สำหรับตระเวนทุกบ่อเป็นสิทธิ์สำหรับผู้เข้าพัก จึงเหมาะกับการค้างคืนมากกว่า
4 คุซัตสึออนเซ็น จังหวัดกุมมะ Kusatsu Onsen, Gunma

คุซัตสึออนเซ็น (Kusatsu Onsen / 草津温泉) เป็นเมืองน้ำพุร้อนชื่อดังของจังหวัดกุมมะ สัญลักษณ์สำคัญคือ Yubatake (湯畑) ซึ่งอยู่กลางเมือง น้ำร้อนจากแหล่งธรรมชาติจะไหลผ่านรางไม้เพื่อช่วยลดอุณหภูมิก่อนนำไปใช้ตามบ่อออนเซ็นต่าง ๆ
รอบ Yubatake มีร้านอาหาร ร้านขนม ร้านขายของฝาก และที่พักจำนวนมาก จึงสามารถออกมาเดินเล่นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังสามารถเดินต่อไปยังสวน Sainokawara หรือชม Yumomi (湯もみ) ซึ่งเป็นวิธีลดอุณหภูมิน้ำพุร้อนแบบดั้งเดิมของคุซัตสึออนเซ็น โดยใช้ไม้พายขนาดใหญ่กวนน้ำแทนการเติมน้ำเย็น เพื่อช่วยรักษาคุณสมบัติของน้ำพุร้อนไว้ ระหว่างการแสดงมักมีการร้องเพลงพื้นบ้านที่เรียกว่า Kusatsu-bushi ประกอบไปด้วย
📍 ที่อยู่:
Kusatsu Onsen Tourist Association / Kusatsu Onsen Bus Terminal
28 Kusatsu, Kusatsu-machi, Agatsuma-gun, Gunma 〒377-1711, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚆 รถไฟ: จาก Ueno สามารถนั่ง Limited Express Kusatsu-Shima ไป Naganohara-Kusatsuguchi Station แล้วต่อ JR Bus Kanto เข้า Kusatsu Onsen Bus Terminal โดยช่วงรถบัสใช้เวลาประมาณ 25 นาที
🚌 รถบัส: มี Highway Bus จาก Tokyo Station และ Busta Shinjuku ไป Kusatsu Onsen Bus Terminal โดยตรง เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนรถหลายครั้ง
🚗 ขับรถ: จากฝั่ง Tokyo สามารถใช้ Kan-etsu Expressway มาทาง Shibukawa-Ikaho IC แล้วต่อถนนสายหลักผ่าน Naganohara เข้า Kusatsu Onsen
🕒 Day Trip: ○ ทำได้ — สามารถไปเช้าเย็นกลับจาก Tokyo ได้ แต่เวลาเดินทางค่อนข้างยาว เหมาะกับคนที่เน้น Yubatake และแช่ออนเซ็น 1 แห่ง หากอยากเดินเมืองช่วงค่ำแนะนำค้าง 1 คืน
5 ฮาโกเนะออนเซ็น จังหวัดคานากาวะ Hakone Onsen, Kanagawa

ฮาโกเนะออนเซ็น (Hakone Onsen / 箱根温泉) เป็นหนึ่งในออนเซ็นชื่อดังใกล้โตเกียวที่เดินทางสะดวก ตั้งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดคานากาวะในเขต Fuji-Hakone-Izu National Park พื้นที่ฮาโกเนะประกอบด้วยแหล่งน้ำพุร้อนหลายเขต แต่ละแห่งมีคุณสมบัติของน้ำและบรรยากาศแตกต่างกัน จึงเลือกได้ทั้งเรียวกังแบบดั้งเดิม โรงแรมออนเซ็น และสถานที่แช่แบบไปเช้าเย็นกลับ
Hakone-Yumoto เป็นประตูหลักของพื้นที่และเป็นย่านออนเซ็นเก่าแก่ที่เดินทางง่าย จากนั้นสามารถต่อรถไฟ รถบัส Cable Car หรือ Ropeway ไปยัง Gora, Owakudani และ Lake Ashi ได้ จึงเหมาะกับคนที่อยากรวมการแช่ออนเซ็นเข้ากับการชมภูเขาไฟ ทะเลสาบ พิพิธภัณฑ์ และวิว Mount Fuji ในวันที่อากาศเปิด
หากมีเวลาเพียงวันเดียว ฮาโกเนะสามารถทำ Day Trip จาก Tokyo ได้ค่อนข้างง่าย แต่ถ้าต้องการเที่ยวหลายโซนพร้อมแช่ออนเซ็นโดยไม่เร่งรีบ การพักเรียวกัง 1 คืนจะช่วยลดเวลาการเดินทางและได้สัมผัสบรรยากาศช่วงเย็นมากกว่า
📍 ที่อยู่:
Hakone-Yumoto Station
707-1 Yumoto-shiroishishita, Hakone-machi, Ashigarashimo-gun, Kanagawa 〒250-0311, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚆 รถไฟ: จาก Shinjuku ใช้ Odakyu Line หรือ Romancecar ไป Hakone-Yumoto ได้ประมาณ 90 นาที หรือจาก Tokyo Station นั่ง Tokaido Shinkansen ไป Odawara แล้วต่อ Hakone Tozan Railway เข้าสู่ Hakone-Yumoto
🚌 รถบัส: จาก Hakone-Yumoto มี Hakone Tozan Bus เชื่อมหลายพื้นที่ เช่น Moto-Hakone และ Lake Ashi ส่วนโซน Gora และ Owakudani สามารถต่อรถไฟ Cable Car และ Ropeway ตามเส้นทางที่เลือก
🚗 ขับรถ: จาก Tokyo สามารถใช้ Tomei Expressway และ Odawara-Atsugi Road มุ่งหน้า Hakone ได้ แต่วันหยุดและฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอาจมีรถหนาแน่น ควรเผื่อเวลาและตรวจที่จอดรถของจุดที่จะไปล่วงหน้า
🕒 Day Trip: ◎ เหมาะมาก — เดินทางจาก Tokyo ได้ง่ายและมีสถานที่แช่ออนเซ็นแบบ Day-use หลายแห่ง หากต้องการเที่ยว Lake Ashi, Owakudani และแช่ออนเซ็นในวันเดียว ควรออกเดินทางแต่เช้า
6 เกโระออนเซ็น จังหวัดกิฟุ Gero Onsen, Gifu

เกโระออนเซ็น (Gero Onsen / 下呂温泉) เป็นเมืองน้ำพุร้อนริมแม่น้ำฮิดะในจังหวัดกิฟุ และเป็นจุดแวะที่จัดเข้ากับเส้นทางนาโกย่า–ทาคายาม่าได้ง่าย เมืองมีทั้งเรียวกัง โรงแรมออนเซ็น บ่อสาธารณะ และบ่อแช่เท้ากระจายอยู่หลายจุด สามารถแวะแช่ระหว่างเดินเที่ยวได้โดยไม่ต้องเข้าพักเรียวกัง
เกโระออนเซ็นยังได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น หนึ่งในสามออนเซ็นชื่อดังของญี่ปุ่น โดยน้ำพุร้อนเป็นประเภท Alkaline Simple Spring มีลักษณะใสและให้สัมผัสนุ่ม จึงมักได้รับการเรียกว่าเป็น “น้ำแห่งความงาม”
นอกจากการแช่ออนเซ็นแล้ว ยังสามารถแวะ Gero Onsen Gassho Village ซึ่งจำลองบรรยากาศหมู่บ้านบ้านหลังคาแบบ Gassho-zukuri และมีอาคารแบบดั้งเดิม รวมถึงกิจกรรมวัฒนธรรมบางประเภท จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวมากกว่าการแช่ออนเซ็นเพียงอย่างเดียว
📍 ที่อยู่:
Gero City Tourist Information Center
1389 Koden, Gero, Gifu 〒509-2206, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚆 รถไฟ: จาก Nagoya สามารถนั่ง JR Limited Express Hida ไป Gero Station ได้โดยตรง ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ส่วนจาก Takayama ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
🚌 รถบัส: มี Gero Onsen Direct Bus เชื่อม Nagoya กับ Gero สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางแบบไม่เปลี่ยนรถ โดยต้องตรวจรอบรถและเงื่อนไขการจองก่อนใช้บริการ
🚐 รถรับส่ง: เรียวกังหลายแห่งมีบริการรับจากบริเวณ Gero Station แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกที่ ควรสอบถามโรงแรมที่จองไว้ล่วงหน้า
🚗 ขับรถ: สามารถขับรถเข้า Gero Onsen ได้ เหมาะกับ Road Trip เส้นทาง Nagoya–Gero–Takayama โดยควรตรวจตำแหน่งที่จอดรถของที่พักก่อนเข้าเขตเมือง
🕒 Day Trip: ◎ เหมาะ — เมืองอยู่ใกล้ Gero Station มีบ่อแช่เท้าและสถานที่ออนเซ็นหลายแบบ จัดเป็นจุดแวะระหว่าง Nagoya กับ Takayama ได้ง่าย แต่การพักเรียวกัง 1 คืนจะได้บรรยากาศเมืองออนเซ็นเต็มกว่า
7 คิโนซากิออนเซ็น จังหวัดเฮียวโงะ Kinosaki Onsen, Hyogo

คิโนซากิออนเซ็น (Kinosaki Onsen / 城崎温泉) มีชื่อเสียงจากวัฒนธรรมการตระเวนแช่บ่อสาธารณะ ภายในเมืองมีบ่อหลัก 7 แห่ง ถนนใจกลางเมืองทอดไปตามแม่น้ำ มีต้นหลิว สะพาน และเรียวกังอยู่สองฝั่ง จึงเหมาะกับการเดินเล่นมากกว่าการใช้รถภายในเมือง
นักท่องเที่ยวมักเช็กอินเข้าที่พัก เปลี่ยนเป็นยูกาตะ แล้วทำ Yumeguri หรือเดินตระเวนแช่ออนเซ็นจากบ่อหนึ่งไปยังอีกบ่อหนึ่ง ระหว่างทางสามารถแวะร้านอาหาร ร้านขนม และร้านของฝากได้ ทำให้การเที่ยวออนเซ็นไม่จำกัดอยู่แค่ภายในโรงแรม
นอกจากการตระเวนแช่บ่อแล้ว ยังสามารถขึ้น Kinosaki Ropeway ไปยัง Onsenji Temple ซึ่งเป็นวัดที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติของออนเซ็นในเมือง และขึ้นต่อไปยังยอด Mount Daishi เพื่อชมวิว Kinosaki Onsen, แม่น้ำ Maruyama และพื้นที่ฝั่งทะเลญี่ปุ่น จึงเหมาะกับการเผื่อเวลาเที่ยวเมืองมากกว่าการมาแช่ออนเซ็นอย่างเดียว
📍 ที่อยู่:
Kinosaki Onsen Tourism Center
78 Yushima, Kinosaki-cho, Toyooka, Hyogo 〒669-6101, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚆 รถไฟ: JR Limited Express วิ่งไป Kinosaki Onsen Station จาก Kyoto, Osaka, Sannomiya และ Himeji โดยรถด่วนพิเศษต้องจองที่นั่งล่วงหน้า
🚌 รถบัส: มีรถบัสตรงของ Zentan Bus จาก Osaka และ Kobe ไป Kinosaki Onsen เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางตรงโดยไม่เปลี่ยนรถไฟ
🚐 รถรับส่ง: ผู้เข้าพักในเมืองสามารถใช้ Shuttle Bus จาก Kinosaki Onsen Station ไปยังเรียวกังที่ร่วมบริการได้ฟรี โดยทั่วไปให้บริการตามช่วงเวลาที่รถ Limited Express เดินทางมาถึง
🚗 ขับรถ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จาก Kyoto, Osaka หรือ Kobe ผ่านทางด่วนเข้าสู่พื้นที่ Toyooka แล้วต่อถนนท้องถิ่นเข้า Kinosaki Onsen
🕒 Day Trip: ◎ เหมาะ — ผู้มาเที่ยวแบบไม่ค้างสามารถซื้อ One Day Hot Spring Pass สำหรับบ่อสาธารณะ 7 แห่งได้ หากเดินทางจาก Osaka หรือ Kyoto ควรออกเช้าเพื่อมีเวลาแช่และเดินเมือง
8 โดโกะออนเซ็น จังหวัดเอฮิเมะ Dogo Onsen, Ehime

โดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen / 道後温泉) ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึยาม่า จังหวัดเอฮิเมะ และเป็นพื้นที่น้ำพุร้อนที่มีประวัติยาวนานมาก จุดที่เป็นสัญลักษณ์คือ Dogo Onsen Honkan อาคารออนเซ็นแบบดั้งเดิมที่โดดเด่นอยู่ใจกลางย่าน
รอบสถานีรถราง Dogo Onsen มีถนนช็อปปิ้ง ร้านอาหาร ร้านขนม และที่พักจำนวนมาก จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมออนเซ็นแต่ไม่ต้องการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ภูเขาห่างไกล
นอกจาก Dogo Onsen Honkan แล้ว ภายในย่านยังมี Dogo Onsen Annex Asuka-no-Yu และ Tsubaki-no-Yu ซึ่งเป็นอีกสองตัวเลือกสำหรับสัมผัสวัฒนธรรมบ่อสาธารณะของโดโกะ ใกล้สถานีรถรางยังมี Botchan Karakuri Clock นาฬิกากลไกที่นำตัวละครจากเรื่อง Botchan ของ Natsume Soseki มาใช้ในการแสดง ทำให้สามารถจัดเป็นทริปเดินเที่ยวสั้น ๆ รอบย่านออนเซ็นได้ง่าย
📍 ที่อยู่:
Dogo Onsen Honkan
5-6 Dogo Yunomachi, Matsuyama, Ehime 〒790-0842, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚋 รถราง: จาก JR Matsuyama Station หรือ Matsuyama City Station สามารถใช้รถราง IYOTETSU ไปลง Dogo Onsen Station แล้วเดินเที่ยวเขตออนเซ็นได้
🚌 รถบัส: จาก Matsuyama Airport มี Airport Limousine Bus วิ่งตรงไป Dogo Onsen โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 40 นาที ควรตรวจสอบตารางเดินรถล่าสุดก่อนเดินทาง
🚗 ขับรถ: สามารถขับรถเข้าพื้นที่ Dogo Onsen ได้ และมีลานจอดรถทางการหลายจุดรอบย่าน แต่วันหยุดอาจมีรถหนาแน่น
🕒 Day Trip: ◎ เหมาะมาก — Dogo Onsen Honkan, Asuka-no-Yu และ Tsubaki-no-Yu เปิดให้ผู้มาใช้บริการอาบน้ำโดยไม่ต้องพักค้าง จึงรวมกับเที่ยว Matsuyama ในวันเดียวได้ง่าย
9 เบปปุออนเซ็น จังหวัดโออิตะ Beppu Onsen, Oita

เบปปุออนเซ็น (Beppu Onsen / 別府温泉) เป็นหนึ่งในออนเซ็นชื่อดังของคิวชู และมีขนาดใหญ่กว่าภาพจำของเมืองออนเซ็นทั่วไป เพราะคำว่า Beppu Hatto (別府八湯) หมายถึงแหล่งออนเซ็น 8 เขตภายในเมือง Beppu ได้แก่ Beppu, Hamawaki, Kankaiji, Horita, Myoban, Kannawa, Shibaseki และ Kamegawa แต่ละพื้นที่มีบรรยากาศและคุณสมบัติน้ำแตกต่างกัน
Beppu มีแหล่งน้ำพุร้อนเกือบ 3,000 แหล่งและมีปริมาณน้ำพุร้อนสูงที่สุดในญี่ปุ่น จึงมีประสบการณ์ให้เลือกตั้งแต่บ่อสาธารณะขนาดเล็ก ออนเซ็นในเรียวกัง บ่อโคลน ไปจนถึงการอบหรือแช่ทรายร้อน นอกจากนี้ยังมี Beppu Jigoku Meguri หรือเส้นทางชมบ่อนรก 7 แห่ง ซึ่งเป็นจุดชมธรรมชาติพลังงานความร้อนใต้พิภพและไม่ใช่บ่อสำหรับลงแช่
เมืองมีระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมหลายเขต และเว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการยังมีตัวอย่างคอร์สตระเวนออนเซ็นแบบครึ่งวัน จึงเหมาะทั้งคนที่มาแบบ Day Trip และคนที่อยากพักหลายคืนเพื่อลองบ่อหลายประเภท
📍 ที่อยู่:
WANDER COMPASS BEPPU — JR Beppu Station
11-17 Ekimae-cho, Beppu, Oita 〒874-0935, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚆 รถไฟ: จาก Hakata สามารถนั่ง JR Limited Express ไป Beppu Station ได้โดยตรง ส่วนผู้ที่พัก Oita สามารถเดินทางด้วย JR เข้าสู่ Beppu ได้สะดวก
🚌 รถบัส: จาก Oita Airport มี Airport Bus เข้า Beppu และภายในเมืองมีรถบัสเชื่อมเขตออนเซ็นต่าง ๆ เช่น Kannawa และ Myoban จึงสามารถเที่ยวโดยไม่เช่ารถได้
🚗 ขับรถ: หากมาจาก Fukuoka สามารถใช้ Kyushu Expressway ต่อ Oita Expressway มาทาง Beppu IC เหมาะกับการจัด Road Trip ร่วมกับ Yufuin, Aso หรือ Kurokawa Onsen
🕒 Day Trip: ◎ เหมาะมาก — มีบ่อสาธารณะและสถานที่แช่ออนเซ็นหลายแห่ง รวมถึงคอร์สตระเวนออนเซ็นแบบครึ่งวัน หากต้องการเที่ยว Jigoku Meguri และแช่หลายเขตในวันเดียวควรวางเส้นทางล่วงหน้า
10 คุโรคาวะออนเซ็น จังหวัดคุมาโมโตะ Kurokawa Onsen, Kumamoto

คุโรคาวะออนเซ็น (Kurokawa Onsen / 黒川温泉) เป็นเมืองออนเซ็นขนาดเล็กท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดคุมาโมโตะ มีเรียวกังประมาณ 30 แห่งกระจายอยู่ตามลำน้ำและพื้นที่ป่า บรรยากาศของเมืองเน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติและยังคงความรู้สึกแบบเมืองญี่ปุ่นดั้งเดิม
กิจกรรมเด่นคือการทำ Yumeguri หรือตระเวนแช่บ่อกลางแจ้งของเรียวกังหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถพักในที่พักหนึ่งแห่งแล้วออกไปลองออนเซ็นของเรียวกังอื่นตามระบบที่พื้นที่กำหนด ระหว่างทางมีตรอกเล็ก ร้านกาแฟ ร้านขนม และจุดพักริมแม่น้ำ
เอกลักษณ์สำคัญของคุโรคาวะคือ Nyuto Tegata (入湯手形) หรือป้ายไม้ที่ใช้เป็นพาสสำหรับตระเวนแช่บ่อกลางแจ้งของเรียวกังในพื้นที่ ป้าย 1 ใบสามารถเลือกใช้สิทธิ์กับบ่อกลางแจ้งที่ร่วมรายการได้ 3 แห่งจากประมาณ 25 แห่ง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าพักในเรียวกังทุกแห่งที่ต้องการลองแช่ เมื่อไปถึงเรียวกังที่ร่วมรายการ ให้นำป้ายไปยื่นเพื่อใช้สิทธิ์ของจุดนั้น
Nyuto Tegata ราคา ผู้ใหญ่ 1,500 เยน และ เด็กอายุ 3 ปี–ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ราคา 700 เยน ซื้อได้ที่เรียวกังภายใน Kurokawa Onsen หรือสำนักงาน Kurokawa Onsen Ryokan Association เหมาะกับผู้ที่อยากทำ Yumeguri หลายแห่ง เพราะช่วยให้เลือกลองบ่อของเรียวกังต่าง ๆ ได้สะดวกกว่าการจ่ายค่าเข้าแยกทีละแห่ง โดยบัตรมีอายุ 6 เดือนนับจากวันที่ซื้อ
ระบบนี้สอดคล้องกับแนวคิด “Kurokawa Onsen Ichiryokan” ที่มองพื้นที่ออนเซ็นทั้งเมืองเสมือนเป็นเรียวกังขนาดใหญ่หนึ่งหลัง ถนนคือทางเดิน และต้นไม้กับธรรมชาติรอบเมืองคือสวนของเรียวกัง ทำให้การเดินจากบ่อหนึ่งไปยังอีกบ่อหนึ่งเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ Kurokawa Onsen
📍 ที่อยู่:
Kurokawa Onsen Ryokan Association Visitor Center
6594-3 Manganji, Minamioguni-machi, Aso-gun, Kumamoto 〒869-2402, Japan 🗺️ เปิดใน Google Maps
🚆 รถไฟ: Kurokawa Onsen ไม่มีสถานีรถไฟโดยตรง หากเดินทางด้วย JR ต้องต่อรถบัสจากจุดเชื่อมต่อ เช่น Kumamoto, Higo-Ozu, Aso, Beppu หรือ Yufuin ตามเส้นทางที่เลือก
🚌 รถบัส: จาก Hakata มี Express Bus ไป Kurokawa Onsen โดยตรง และจากฝั่ง Kumamoto หรือ Oita สามารถใช้รถบัสข้ามภูมิภาคตามรอบที่ให้บริการ
🚐 รถรับส่ง: เส้นทางบางแบบอาจลงที่ Minamioguni หรือจุดใกล้เคียงแล้วต่อแท็กซี่หรือรถรับส่งของเรียวกัง ควรสอบถามที่พักล่วงหน้าว่ามีบริการรับหรือไม่
🚗 ขับรถ: เส้นทางหลักเข้าสู่ Kurokawa ใช้ National Route 212, National Route 57 หรือ Yamanami Highway ตามต้นทาง หากมาจาก Fukuoka มักเข้าทาง Hita ส่วนจาก Oita/Yufuin ใช้ฝั่ง Yamanami Highway ได้
🕒 Day Trip: ○ ทำได้ — มี Day-use bathing และสามารถซื้อ Nyuto Tegata เพื่อตระเวนบ่อกลางแจ้งที่ร่วมรายการได้ แต่รถบัสเข้า–ออกมีจำนวนจำกัดกว่าพื้นที่เมืองใหญ่ จึงควรเช็กรอบกลับก่อนเริ่มแช่
เลือกออนเซ็นชื่อดังที่ไหนดี
ไม่จำเป็นต้องเลือกเมืองออนเซ็นที่ดังที่สุดเสมอไป วิธีที่ง่ายกว่าคือเลือกจากเส้นทางหลักของทริป เพราะจะช่วยลดเวลานั่งรถและทำให้มีเวลาอยู่ที่เรียวกังมากขึ้น
- เที่ยวฮอกไกโด: โนโบริเบ็ตสึออนเซ็น
- อยากถ่ายรูปเมืองหิมะ: กินซังออนเซ็น
- ชอบธรรมชาติและบ่อกลางแจ้ง: นิวโตออนเซ็นเคียว หรือคุโรคาวะออนเซ็น
- Day Trip จาก Tokyo: ฮาโกเนะออนเซ็น
- อยากได้บรรยากาศเมืองออนเซ็นคลาสสิก: คุซัตสึออนเซ็น
- เส้นทางนาโกย่า–ทาคายาม่า: เกโระออนเซ็น
- เที่ยวโอซาก้าหรือเกียวโต: คิโนซากิออนเซ็น
- เที่ยวชิโกกุ: โดโกะออนเซ็น
- อยากลองออนเซ็นหลายรูปแบบในคิวชู: เบปปุออนเซ็น
- Road Trip คิวชูและอยากพักกลางธรรมชาติ: คุโรคาวะออนเซ็น
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มเที่ยวออนเซ็น ฮาโกเนะ เกโระ คิโนซากิ โดโกะ และเบปปุเป็นตัวเลือกที่เริ่มต้นง่าย เพราะเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะได้และมีบริการสำหรับผู้มาแบบ Day Trip ค่อนข้างชัดเจน ส่วนกินซัง นิวโต และคุโรคาวะเหมาะกับผู้ที่ยอมใช้เวลาเดินทางเพิ่มเพื่อแลกกับบรรยากาศที่สงบและประสบการณ์การพักเรียวกังมากขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนแช่ออนเซ็นในญี่ปุ่น
ออนเซ็นญี่ปุ่นมีมารยาทและกฎที่แตกต่างจากสระว่ายน้ำ ก่อนลงบ่อควรอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายบริเวณที่จัดไว้ก่อน จากนั้นจึงลงแช่ในบ่อรวม
- ออนเซ็นทั่วไปไม่ใส่ชุดว่ายน้ำ เว้นแต่สถานที่นั้นระบุไว้เป็นกรณีพิเศษ
- ไม่ควรนำผ้าขนหนูผืนเล็กลงไปแช่ในน้ำ
- ควรมัดผมยาวไม่ให้สัมผัสน้ำในบ่อ
- หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง วิ่งเล่น หรือว่ายน้ำในบ่อออนเซ็น
- ผู้ที่มีรอยสักควรตรวจสอบกฎของแต่ละสถานที่ก่อนเดินทาง
- หากไม่สะดวกใช้บ่อรวม สามารถมองหาห้องพักที่มีออนเซ็นส่วนตัวหรือบ่อแบบ Kashikiri ได้
- หลังแช่น้ำร้อนควรพักและดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่คุ้นกับน้ำอุณหภูมิสูง
กฎของแต่ละเรียวกังไม่เหมือนกัน แม้อยู่ในเมืองออนเซ็นเดียวกัน ดังนั้นเรื่องรอยสัก เด็กเล็ก เวลาเปิดบ่อ หรือการรับผู้ใช้บริการแบบไปเช้าเย็นกลับ ควรตรวจสอบกับสถานที่จริงก่อนเดินทางเสมอ
อ่านวิธีการแช่ออนเซ็น และมารยาทต่าง ๆ ที่ควรรู้ได้ที่
เรื่องควรรู้ก่อนแช่ออนเซ็นในญี่ปุ่นสรุป 10 ออนเซ็นชื่อดังทั่วญี่ปุ่น
ออนเซ็นชื่อดัง แต่ละแห่งให้ประสบการณ์ต่างกันอย่างชัดเจน โนโบริเบ็ตสึและเบปปุโดดเด่นเรื่องพลังงานความร้อนใต้พิภพ กินซังเด่นเรื่องบรรยากาศเมืองเก่า ฮาโกเนะเหมาะกับ Day Trip จาก Tokyo ขณะที่คิโนซากิและคุโรคาวะเหมาะกับคนที่อยากทำ Yumeguri หรือตระเวนแช่ออนเซ็นหลายบ่อ
หากเป็นครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องเลือกที่ไกลที่สุด ควรดูเส้นทางเดินทาง เวลา Day Trip และรูปแบบบ่อที่อยากลองก่อน หากมีเวลา การพักเรียวกัง 1 คืนยังเป็นวิธีที่สัมผัสวัฒนธรรมออนเซ็นได้เต็มกว่า เพราะสามารถแช่ช่วงเย็นและตอนเช้าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรถเที่ยวสุดท้าย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับออนเซ็นชื่อดัง
ออนเซ็นชื่อดังแห่งไหนเหมาะกับมือใหม่?
ฮาโกเนะ เกโระ คิโนซากิ โดโกะ และเบปปุเหมาะกับผู้เดินทางครั้งแรก เพราะเดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสได้ค่อนข้างง่าย และมีตัวเลือกออนเซ็นสำหรับผู้มาแบบ Day Trip รวมถึงที่พักหลายรูปแบบ
ออนเซ็นแห่งไหนสวยในฤดูหนาว?
กินซังออนเซ็น นิวโตออนเซ็นเคียว โนโบริเบ็ตสึ และคุซัตสึออนเซ็นเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับบรรยากาศฤดูหนาว แต่ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศ ตารางรถ และสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง เพราะหิมะอาจส่งผลต่อเวลาเดินทางได้
สามารถเที่ยวออนเซ็นแบบ Day Trip ได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะฮาโกเนะ คิโนซากิ โดโกะ เบปปุ และโนโบริเบ็ตสึที่มีตัวเลือก Day-use ค่อนข้างชัดเจน ส่วนกินซัง นิวโต คุซัตสึ และคุโรคาวะก็สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ แต่ควรตรวจรอบรถและเวลาเปิดรับผู้ใช้บริการภายนอก เพราะบางบ่อปิดรับเร็วกว่าช่วงเช็กอินของผู้เข้าพัก
มีรอยสักสามารถเข้าออนเซ็นในญี่ปุ่นได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับกฎของแต่ละสถานที่ บางแห่งอนุญาต บางแห่งให้ใช้แผ่นปิดรอยสัก และบางแห่งอาจไม่อนุญาตให้ใช้บ่อรวม หากไม่แน่ใจควรสอบถามที่พักก่อนจอง หรือเลือกห้องที่มีออนเซ็นส่วนตัวและบ่อแบบ Kashikiri
จำเป็นต้องเช่ารถไปออนเซ็นชื่อดังหรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกแห่ง ฮาโกเนะ เกโระ คิโนซากิ โดโกะ และเบปปุเดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสได้สะดวก ส่วนคุโรคาวะ นิวโต และเส้นทางภูเขาบางแห่ง รถยนต์อาจช่วยให้จัดเวลาและแวะหลายจุดได้ง่ายขึ้น แต่ควรเตรียมรถให้เหมาะกับฤดูหนาว
ควรพักเมืองออนเซ็นกี่คืน?
โดยทั่วไป 1 คืนเพียงพอสำหรับการเช็กอินเรียวกัง รับประทานอาหาร แช่ออนเซ็น และเดินชมเมือง แต่ถ้าต้องการพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ เที่ยวธรรมชาติใกล้เคียง หรือเล่นสกี สามารถเพิ่มเป็น 2 คืนได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
หมายเหตุ: เวลาเปิดให้บริการ ค่าเข้า ตารางรถ การเปิด–ปิดบ่อออนเซ็น สภาพถนน และเงื่อนไขการเข้าใช้บริการอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลหรือสถานการณ์ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของสถานที่และที่พักอีกครั้งก่อนเดินทาง
ดูข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่น การเดินทาง รถเช่า และไอเดียจัดทริปเพิ่มเติมได้ที่ ไปญี่ปุ่นไหม
ไปญี่ปุ่นไหม