ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่เมืองใหญ่อย่าง Tokyo, Osaka เท่านั้น แต่ยังมี หมู่บ้านญี่ปุ่น (Japanese Villages) อีกหลายแห่งที่อนุรักษ์บ้านโบราณ วิถีชีวิต และภูมิทัศน์แบบดั้งเดิมเอาไว้จนถึงปัจจุบัน บางแห่งเป็นหมู่บ้านมรดกโลก บางแห่งเคยเป็นเมืองพักแรมบนเส้นทางสมัยเอโดะ และบางแห่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงริมทะเลที่ยังมีคนอาศัยอยู่จริง
บทความนี้รวม 8 หมู่บ้านในญี่ปุ่น พร้อมจุดเด่น ที่เที่ยว และข้อมูลสำหรับคนที่วางแผนเช่ารถขับเองหรือใช้รถพร้อมคนขับ เหมาะสำหรับคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นในอีกมุมหนึ่งนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวในเมือง

เลือกอ่านตามหัวข้อ
หมู่บ้าน Gassho-Zukuri ท่ามกลางภูเขา
Shirakawa-go, Gifu白川郷

Shirakawa-go เป็นหนึ่งในหมู่บ้านญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงที่สุด
จุดเด่นคือบ้านแบบ Gassho-zukuri ซึ่งมีหลังคาทรงสามเหลี่ยมลาดชันเพื่อช่วยให้หิมะไหลลงจากหลังคาได้ง่าย
หมู่บ้าน Ogimachi ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ร่วมกับหมู่บ้านในพื้นที่ Gokayama
จุดชมวิวสำคัญคือ Shiroyama Viewpoint ซึ่งสามารถมองเห็นบ้านโบราณกระจายอยู่ทั่วหุบเขา ส่วนด้านล่างมีบ้านเก่า พิพิธภัณฑ์
ร้านอาหาร และร้านของฝากให้เดินชม
เวลาทำการ:
08.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม:
เข้าชมหมู่บ้านฟรี
เวลาเที่ยวแนะนำ:
ประมาณ 2–3 ชั่วโมง
ค่าจอดรถ:
รถยนต์ทั่วไปประมาณ 2,000 เยน
ช่วงน่าเที่ยว:
มิถุนายน-สิงหาคม / ตุลาคม–พฤศจิกายน / มกราคม–กุมภาพันธ์
ฤดูหนาวมีหิมะสะสมมาก หากขับรถมาเองควรใช้ยางหิมะ
และตรวจสอบสภาพถนนก่อนออกเดินทาง
Ainokura, Toyama相倉合掌造り集落

Ainokura เป็นหมู่บ้าน Gassho-zukuri ในพื้นที่ Gokayama จังหวัด Toyama และเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกที่ยกย่องให้เป็นหมู่บ้านโบราณ ซึ่งมีลักษณะบ้านแบบ Gassho-zukuri เช่นเดียวกับ Shirakawa-go จังหวัด Gifu
ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีบ้านหลังคามุงจากที่ยังมีผู้คนอาศัยอยู่จริง จึงให้บรรยากาศเงียบสงบและเป็นธรรมชาติกว่าแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่
จุดชมวิวของ Ainokura อยู่เหนือหมู่บ้านเล็กน้อย สามารถเดินจากลานจอดรถขึ้นไปประมาณ 5–6 นาที จากด้านบนจะมองเห็นบ้านกัสโชซุคุริเรียงตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาได้ชัดเจน
เวลาทำการ:
08.30–17.00 น.
ค่าเข้าชม:
เข้าชมหมู่บ้านฟรี
เวลาเที่ยวแนะนำ:
ประมาณ 1–2 ชั่วโมง
ค่าจอดรถ:
รถยนต์ทั่วไป 1,000-5,000 เยน
ช่วงน่าเที่ยว:
ธันวาคม-มีนาคม ช่วงฤดูหนาว ชมวิวหิมะปกคลุมหลังคา / เมษายน-พฤษภาคม / มิถุนายน-สิงหาคม
📍 Ainokura
หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีคนอาศัยอยู่จริง ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคล
และในฤดูหนาวควรใช้ยางหิมะหากเดินทางด้วยรถ
หมู่บ้านหลังคามุงจากแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
Ouchi-juku, Fukushima大内宿

Ouchi-juku เป็นอดีตเมืองพักแรมของซามูไรและพ่อค้าในอดีต อยู่บนเส้นทางเชื่อม Aizu กับ Nikko ในสมัยเอโดะ
ปัจจุบันยังคงมีบ้านหลังคามุงหญ้าแฝกแบบดั้งเดิมเรียงอยู่สองฝั่งของถนนสายหลัก ทำให้บรรยากาศคล้ายเมืองญี่ปุ่นในอดีต
อีกหนึ่งจุดเด่นคืออาหารท้องถิ่น Negi Soba หรือโซบะที่เสิร์ฟพร้อมต้นหอมญี่ปุ่นขนาดใหญ่ โซบะท้องถิ่นที่ใช้ ต้นหอมยักษ์ เป็นช้อนและตะเกียบในการกิน
รวมถึงจุดชมวิว Koyasu Kannondo ด้านท้ายหมู่บ้านที่สามารถมองเห็นภาพถนนสายหลักและบ้านหลังคามุงจากทั้งหมู่บ้าน
เวลาทำการ:
08.30–17.00 น. ร้านค้าแต่ละแห่งอาจเปิดไม่เหมือนกัน
ค่าเข้าชม:
เข้าชมหมู่บ้านฟรี
เวลาเที่ยวแนะนำ:
ประมาณ 2–3 ชั่วโมง
ค่าจอดรถ:
รถยนต์ทั่วไปประมาณ 500 เยน
ช่วงน่าเที่ยว:
พฤษภาคม–มิถุนายน / ปลายตุลาคม–พฤศจิกายน / มกราคม–กุมภาพันธ์
ฤดูหนาวมีหิมะตกและถนนอาจมีน้ำแข็ง
หากเดินทางด้วยรถควรใช้ยางหิมะและตรวจสอบสภาพถนนก่อนออกเดินทาง
Miyama Kayabuki no Sato, Kyoto美山かやぶきの里

Miyama Kayabuki no Sato เป็นหมู่บ้านโบราณทางตอนเหนือของ Kyoto ที่มีบ้านหลังคามุงหญ้าคายะแบบดั้งเดิมจำนวนมาก กระจายอยู่ท่ามกลางภูเขาและพื้นที่เกษตรกรรม
หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ใช่เมืองจำลอง แต่เป็นชุมชนที่ยังมีผู้คนอาศัยอยู่จริง จึงเหมาะสำหรับเดินชมบรรยากาศชนบท ถ่ายภาพบ้านโบราณ และแวะร้านอาหารหรือร้านขายสินค้าท้องถิ่น
เวลาทำการ:
พื้นที่หมู่บ้านเข้าชมได้ 24 ชม. แต่ลานจอดรถเปิดประมาณ 09.00–17.00 น.
ค่าเข้าชม:
เข้าชมหมู่บ้านฟรี
เวลาเที่ยวแนะนำ:
ประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
ค่าจอดรถ:
รถยนต์ทั่วไป 500 เยนต่อคัน
ช่วงน่าเที่ยว:
เมษายน–พฤษภาคม / ตุลาคม–พฤศจิกายน / มกราคม–กุมภาพันธ์
รถนักท่องเที่ยวไม่ควรขับเข้าไปภายในเขตชุมชน
ให้จอดในลานจอดรถที่กำหนดและเดินเที่ยวภายในหมู่บ้านแทน
หมู่บ้านบนเส้นทาง Nakasendo
Magome-juku, Gifu馬籠宿

Magome-juku เป็นอดีตเมืองพักแรมบนเส้นทาง Nakasendo ซึ่งเคยเป็นเส้นทางสำคัญระหว่าง Edo กับ Kyoto ถนนหลักของหมู่บ้านเป็นทางหินที่ลาดขึ้นไปตามเนิน สองข้างทางมีบ้านไม้ ร้านชา ร้านอาหาร และร้านของฝาก
จาก Magome สามารถเดินทางตามเส้นทาง Nakasendo ต่อไปยัง Tsumago-juku ได้ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เส้นทางส่วนใหญ่ผ่านป่า ลำธาร และพื้นที่ชนบทของ Kiso Valley
เวลาทำการ:
พื้นที่เมืองเก่า 24 ชม. / ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดช่วงกลางวัน
ค่าเข้าชม:
เข้าชมพื้นที่ฟรี
เวลาเที่ยวแนะนำ:
ประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
ค่าจอดรถ:
ลานจอดรถส่วนใหญ่สำหรับรถทั่วไปจอดฟรี
ช่วงน่าเที่ยว:
เมษายน–พฤษภาคม / ตุลาคม–พฤศจิกายน
ถนนหลักภายใน Magome-juku จำกัดรถยนต์ทุกวันช่วง 10.00–16.00 น.
ควรจอดรถบริเวณด้านนอกแล้วเดินเข้าไปเที่ยว
Tsumago-juku, Nagano妻籠宿

Tsumago-juku เป็นเมืองพักแรมเก่าอีกแห่งบนเส้นทาง Nakasendo ที่ยังคงรักษาบ้านไม้และบรรยากาศของเมืองในสมัยเอโดะเอาไว้ได้อย่างดี ภายในมีบ้านโบราณ ร้านอาหาร ร้านของฝาก และพิพิธภัณฑ์ให้เดินชม
สามารถใช้เส้นทาง Nakasendo ระหว่าง Tsumago และ Magome ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ถ้าเดินทางด้วยรถก็สามารถแยกเที่ยวทั้งสองหมู่บ้านได้ในวันเดียวกัน
เวลาทำการ:
พื้นที่เมืองเก่า 8.30-17.00 น. / ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดช่วงกลางวัน
ค่าเข้าชม:
เข้าชมพื้นที่เมืองเก่าฟรี
เวลาเที่ยวแนะนำ:
ประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
ค่าจอดรถ:
รถยนต์ทั่วไป 500 เยนต่อวัน
ช่วงน่าเที่ยว:
เมษายน–พฤษภาคม / ตุลาคม–พฤศจิกายน
ภายใน Tsumago-juku เป็นเขตคนเดินช่วง 10.00–16.00 น.
รถนักท่องเที่ยวควรจอดที่ลานจอดรถหมายเลข 2, 3 หรือ Central Parking
หมู่บ้านริมทะเลและเกาะ
Ine no Funaya, Kyoto伊根の舟屋

Ine เป็นหมู่บ้านริมอ่าวทางตอนเหนือของ Kyoto มีเอกลักษณ์จากบ้านแบบ Funaya หรือบ้านเรือที่สร้างเรียงอยู่ติดกับทะเล โดยชั้นล่างในอดีตใช้เก็บเรือ ส่วนชั้นบนใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหมู่บ้านจากริมอ่าว หรือเลือกนั่ง Sea Taxi และเรือชมอ่าวเพื่อมองเห็นแนวบ้าน Funaya จากทะเล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมุมที่สวยและเห็นลักษณะของหมู่บ้านได้ชัดเจน
เวลาทำการ:
พื้นที่หมู่บ้านเข้าชมได้ 24 ชม. ร้านค้าและบริการแต่ละแห่งมีเวลาต่างกัน
ค่าเข้าชม:
เดินชมพื้นที่ Funaya ฟรี
เวลาเที่ยวแนะนำ:
ประมาณ 2–3 ชั่วโมง
ค่าจอดรถ:
Ineura Park Parking เริ่มคิดค่าบริการหลัง 30 นาทีแรก โดยอัตราแตกต่างระหว่างวันธรรมดาและวันหยุด
ช่วงน่าเที่ยว:
เมษายน–มิถุนายน / กันยายน–พฤศจิกายน
Funaya ส่วนใหญ่เป็นบ้านส่วนบุคคลและยังมีคนอาศัยอยู่จริง
ไม่ควรเปิดประตู เข้าไปในบ้าน หรือถ่ายภาพภายในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
Taketomi Island, Okinawa竹富島

Taketomi Island เป็นเกาะขนาดเล็กในหมู่เกาะ Yaeyama จังหวัด Okinawa จุดเด่นคือหมู่บ้าน Ryukyu ที่ยังคงบ้านหลังคากระเบื้องสีแดง มีกำแพงหินปะการัง และถนนทรายสีขาวแบบดั้งเดิม
นอกจากเดินชมหมู่บ้านแล้ว ยังสามารถปั่นจักรยานไปยัง Kondoi Beach, Kaiji Beach และ West Pier ได้ อีกกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะคือการนั่งรถควายชมหมู่บ้าน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เวลาทำการ:
พื้นที่หมู่บ้านเข้าชมได้ตลอด ร้านค้าและกิจกรรมแต่ละแห่งมีเวลาต่างกัน
ค่าเข้าชม:
เข้าชมหมู่บ้านฟรี
เวลาเที่ยวแนะนำ:
ประมาณ 3–5 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ
การเดินทาง:
จาก Ishigaki Port นั่งเรือเร็วประมาณ 10–15 นาที
ช่วงน่าเที่ยว:
มีนาคม–พฤษภาคม / ตุลาคม–พฤศจิกายน
ถนนทรายสีขาวและบ้านในหมู่บ้านเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่จริง
ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเขตบ้านส่วนบุคคล และหากปั่นจักรยานควรขี่ด้วยความเร็วต่ำบนถนนในหมู่บ้าน
ข้อควรรู้เที่ยวหมู่บ้านญี่ปุ่น (Japanese Villages) ด้วยรถเช่า
หมู่บ้านญี่ปุ่นหลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาหรือชนบท การเดินทางด้วยรถเช่าหรือรถพร้อมคนขับจึงสะดวกกว่าการต่อรถไฟและรถบัสหลายครั้ง แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่จริง จึงควรใช้ลานจอดรถที่กำหนดและหลีกเลี่ยงการนำรถเข้าไปในถนนแคบของหมู่บ้าน
- ลานจอดรถ: ตรวจสอบตำแหน่งลานจอดทางการก่อนเดินทาง
- ฤดูหนาว: Shirakawa-go, Ainokura และ Ouchi-juku มีโอกาสเจอหิมะ ควรใช้ยางหิมะ
- เวลาเที่ยว: หมู่บ้านหนึ่งแห่งควรเผื่อประมาณ 1.5–3 ชั่วโมง
- เงินสด: ร้านเล็ก ๆ ในชนบทบางแห่งอาจไม่รับบัตรเครดิต
- พื้นที่ส่วนตัว: ห้ามเข้าไปในบ้านหรือพื้นที่ของคนในชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย
Q: หมู่บ้านญี่ปุ่น (Japanese Villages) แห่งไหนเหมาะกับการไปครั้งแรก?
A: Shirakawa-go เป็นตัวเลือกที่เดินทางและวางแผนง่าย และสามารถจัดทริปร่วมกับ Takayama หรือ Kanazawa ได้ ส่วนคนที่อยากได้บรรยากาศเงียบกว่าสามารถเพิ่ม Ainokura เข้าไปในเส้นทางเดียวกันได้
Q: Shirakawa-go กับ Gokayama ต่างกันอย่างไร?
A: ทั้งสองพื้นที่มีบ้านแบบ Gassho-zukuri และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลกเดียวกัน แต่ Shirakawa-go มีขนาดใหญ่และมีนักท่องเที่ยวมากกว่า ส่วน Ainokura ใน Gokayama มีขนาดเล็กกว่าและยังคงบรรยากาศชุมชนภูเขาที่ค่อนข้างสงบ
Q: หมู่บ้านญี่ปุ่นต้องเสียค่าเข้าหรือไม่?
A: หมู่บ้านส่วนใหญ่สามารถเดินชมพื้นที่ได้ฟรี แต่ต้องเสียค่าจอดรถหรือค่าเข้าพิพิธภัณฑ์บางแห่ง
Q: เที่ยว Magome และ Tsumago ในวันเดียวได้ไหม?
A: ได้ ทั้งสองแห่งเชื่อมต่อกันด้วยเส้นทาง Nakasendo ระยะประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 3 ชั่วโมง หากรวมเวลาเที่ยวและพักรับประทานอาหารควรเผื่อประมาณ 5–6 ชั่วโมง สำหรับทั้งเส้นทาง Kiso Ontake Tourism Office Official Site
Q: เที่ยวหมู่บ้านญี่ปุ่น (Japanese Villages) ฤดูไหนสวยที่สุด?
A: ขึ้นอยู่กับบรรยากาศที่ต้องการ ฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูร้อนเหมาะกับทุ่งนาและภูเขาสีเขียว เดือนตุลาคม–พฤศจิกายนเหมาะกับใบไม้เปลี่ยนสี ส่วน Shirakawa-go, Ainokura และ Ouchi-juku จะมีเอกลักษณ์มากในฤดูหนาว แต่การขับรถช่วงนี้ต้องเตรียมยางหิมะและเช็กสภาพถนนล่วงหน้า
หากต้องการเลือกเที่ยวหมู่บ้านญี่ปุ่น (Japanese Villages) ถ้าอยากเห็นหมู่บ้านกัสโชซุคุริท่ามกลางภูเขา ให้เลือก Shirakawa-go หรือ Ainokura ส่วนคนที่ชอบบรรยากาศเมืองเก่าสมัยเอโดะ เหมาะกับ Ouchi-juku, Magome และ Tsumago
หากอยากได้บรรยากาศแตกต่างออกไป Ine เหมาะกับวิวบ้านริมทะเล ขณะที่ Taketomi Island จะได้เห็นสถาปัตยกรรมแบบ Okinawa และวิถีชีวิตบนเกาะ
การเดินทางด้วยรถเช่าหรือรถพร้อมคนขับช่วยให้จัดเส้นทางหมู่บ้านหลายแห่งได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทที่มีรอบรถสาธารณะไม่บ่อยนัก หากเช่ารถขับเที่ยว ก่อนเดินทางควรตรวจสอบลานจอดรถ สภาพถนน และข้อจำกัดการนำรถเข้าสู่พื้นที่ชุมชนทุกครั้ง
หากต้องการวางแผนเส้นทางเที่ยวญี่ปุ่นด้วยรถ สามารถ สอบถามเพิ่มเติมที่ paijapanmai.com เพื่อจัดเส้นทางให้เหมาะกับฤดูกาล จำนวนวัน และจุดหมายที่ต้องการเที่ยว
