
การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเส้นทางไกลหรือถนนภูเขาที่ยากเสมอไป เพราะมีหลายเส้นทางยอดนิยมที่ถนนค่อนข้างขับง่าย มีจุดแวะชัดเจน และเหมาะกับการจัดทริป 2–4 วัน บทความนี้รวม 4 เส้นทาง Road Trip ญี่ปุ่นปี 2026 สำหรับคนไทย พร้อมระยะทาง เวลา ค่าทางด่วนโดยประมาณ และข้อควรรู้ก่อนเช่ารถขับเอง
Road Trip ที่แนะนำเน้นการออกจากเมืองใหญ่หรือสนามบิน เดินทางไปยังธรรมชาติ เมืองออนเซ็น และหมู่บ้านท่องเที่ยวที่รถไฟเข้าถึงยาก เหมาะสำหรับทริปครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบยืดหยุ่น
เตรียมตัวก่อนขับรถเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก
ก่อนรับรถควรเตรียมใบขับขี่สากล (International Driving Permit) ที่ออกตาม อนุสัญญาเจนีวา 1949 และพาสปอร์ต โดยใบขับขี่สากลจะใช้ได้ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันออกเอกสาร สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเช่าขับที่รถญี่ปุ่นแนะนำเช่า ETC Card พร้อมรถจะช่วยให้ผ่านด่านทางด่วนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
สำหรับวันแรกแนะนำให้ขับไม่เกิน 3–4 ชั่วโมง หรือประมาณ 150–250 กิโลเมตร แม้ในแผนที่จะแสดงเวลาสั้นกว่า แต่แนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับการรับรถ การแวะปั๊มระหว่างทาง การแวะหาร้านอาหาร และอื่น ๆ
- ตรวจเช็คสภาพของรถและถ่ายรูปก่อนออกจากสาขาเช่ารถ
- ตั้งค่าภาษาของระบบนำทางเป็นภาษาอังกฤษก่อนออกเดินทาง
- บันทึกเบอร์โทรศัพท์โรงแรมหรือจุดหมายไว้ใช้ค้นหาในระบบนำทาง
โตเกียว (Tokyo) – คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) – ทะเลสาบยามานากะโกะ (Lake Yamanakako) : เส้นทางเริ่มต้นยอดนิยม
เส้นทางโตเกียวไปคาวากุจิโกะเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนขับรถเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก เพราะใช้เวลาขับจากฝั่งตะวันตกของโตเกียวประมาณ 2–3 ชั่วโมง ระยะทางราว ๆ 110–130 กิโลเมตร โดยจะขับผ่านทางด่วน Chuo Expressway เป็นหลัก
ควรวางแผนอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพื่อไม่ให้เที่ยวแบบเร่งรีบ โดยวันแรกแวะเจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda) หรือหมู่บ้านโอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) แล้วเข้าพักแถวคาวากุจิโกะ (kawaguchiko) ส่วนวันที่สองเที่ยวสวนโออิชิ (Oishi Park), อุโมงค์ใบเมเปิ้ล (Maple Corridor) หรือทะเลสาบยามานากะโกะ (Lake Yamanakako) ก่อนกลับโตเกียว (Tokyo)
ค่าทางด่วนรถยนต์ทั่วไปกรณีที่เดินทางไป-กลับจากโตเกียวไปคาวากุจิโกะ จะอยู่ที่ประมาณ 4,000–5,000 เยนต่อคัน ทั้งนี้ราคาจริงขึ้นอยู่กับจุดขึ้นลงทางด่วน ช่วงเวลา และการใช้บัตรทางด่วน ETC
ข้อดีของเส้นทางนี้คือมีปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และจุดจอดรถค่อนข้างมาก แต่ควรออกจากโตเกียวก่อน 07.00 น. โดยเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และช่วงชมซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสี เพราะรถอาจติดก่อนถึงคาวากุจิโกะได้
- วันที่ 1: โตเกียว (Tokyo) – เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda) – หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) – คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko)
- วันที่ 2: สวนโออิชิ (Oishi Park) – ทะเลสาบยามานากะโกะ (Lake Yamanakako) – โตเกียว (Tokyo)
- ระยะทางรวม: ประมาณ 180–220 กิโลเมตร
นิวชิโตเสะ (New Chitose) – ฟุราโนะ (Furano) – บิเอะ (Biei) : Road Trip ฮอกไกโดหน้าร้อน
ฮอกไกโด (Hokkaido) เป็นภูมิภาคที่เหมาะกับ Road Trip มาก เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่กระจายตัวและระบบขนส่งสาธารณะอาจจะไม่สามารถเข้าถึงได้ในบางจุด เส้นทางจากสนามบินนิวชิโตเสะไปฟุราโนะใช้เวลาประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง ระยะทางราว 120–130 กิโลเมตร
แนะนำให้จัดทริป 3–4 วัน โดยพักฟุราโนะ 1–2 คืน แล้วขับต่อไปบิเอะเพื่อชมถนนแพตช์เวิร์ค (Patchwork Road), สวนชิคิไซโนะโอกะ (Shikisai no Oka), บ่อน้ำสีฟ้า (Shirogane Blue Pond) และน้ำตกชิราฮิเงะ (Shirahige Waterfall) ระยะทางระหว่างฟุราโนะกับบิเอะประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาขับในรถประมาณ 50–60 นาที
ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับมือใหม่คือฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน–กันยายน เพราะสามารถพบกับวิวทุ่งดอกไม้ที่สวยงามมาก ๆ ในกรณีที่เดินทางในหน้าหนาวควรเช่า 4WD และยางหิมะ (Snow Tire) ควบคู่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ผู้ที่ใช้ทางด่วนหลายวันอาจพิจารณา Hokkaido Expressway Pass (HEP) จะเป็นบริการทางด่วนเหมาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งราคาเริ่มต้น 7,700 เยนสำหรับรถยนต์ทั่วไป 4 วัน ไม่รวมค่าเช่ารถและค่าเช่า ETC Card
- วันที่ 1: สนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport) – ฟุราโนะ (Furano)
- วันที่ 2: ฟุราโนะ (Furano) – ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) – จุดชมวิวทุ่งดอกไม้
- วันที่ 3: ฟุราโนะ (Furano) – บิเอะ (Biei) – บ่อน้ำสีฟ้า (Shirogane Blue Pond) – อาซาฮิคาวะ (Asahikawa)
- ระยะทางรวม: ประมาณ 300–400 กิโลเมตรใน 3–4 วัน
ฟุกุโอกะ (Fukuoka) – ยูฟุอิน (Yufuin) – เบปปุ (Beppu) : เส้นทางออนเซ็นสำหรับมือใหม่
เส้นทางฟุกุโอกะไปยูฟุอินและเบปปุเหมาะกับคนที่อยากขับรถเที่ยวภูมิภาคคิวชูครั้งแรก เพราะใช้ทางด่วนเป็นหลักและมีจุดหมายชัดเจน จากฟุกุโอกะไปพื้นที่เบปปุระยะทางประมาณ 135 กิโลเมตร ใช้เวลาขับราว 1.30 – 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและสภาพจราจร
แนะนำให้วางแผน 2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน โดยคืนแรกพักยูฟุอินเพื่อเดินเที่ยวหมู่บ้านยุฟุอินฟลอรัล (Yufuin Floral Village) และทะเลสาบคินริน (Kinrin Lake) จากนั้นขับต่อไปเบปปุในวันถัดไป ระยะทางระหว่างยูฟุอินกับเบปปุประมาณ 25–30 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 40–50 นาที
หากใช้เส้นทางฟุกุโอกะไป Beppuwan Smart IC ค่าทางด่วนของรถยนต์ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3,580 เยนต่อเที่ยว และใช้เวลาบนทางด่วนประมาณ 1 ชั่วโมง 34 นาที ดังนั้นควรเผื่อค่าทางด่วนไป-กลับประมาณ 7,000–8,000 เยน
เส้นทางนี้มีถนนขึ้นลงเขาบางช่วงใกล้ยูฟุอิน สำหรับมือใหม่ไม่แนะนำให้ขับรถในช่วงเวลากลางคืน และในฤดูหนาวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากฟุกุโอกะเสมอ เพราะพื้นที่สูงอาจมีน้ำแข็งหรือหิมะเกาะตามพื้นถนนได้
- วันที่ 1: ฟุกุโอกะ (Fukuoka) – ยูฟุอิน (Yufuin) – พักออนเซ็น
- วันที่ 2: ยูฟุอิน (Yufuin) – เบปปุ (Beppu) – บ่อนรกจิโกกุเมกุริ (Beppu Jigoku Meguri) – ฟุกุโอกะ (Fukuoka)
- ระยะทางรวม: ประมาณ 250–320 กิโลเมตร
นาโกย่า (Nagoya) – ทาคายามะ (Takayama) – ชิราคาวะโกะ (Shirakawa-go) : เส้นทางเมืองเก่าและภูเขา
เส้นทางนาโกย่าไปทาคายามะและชิราคาวะโกะเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นบรรยากาศเมืองเก่า หมู่บ้านบนภูเขา และอาหารท้องถิ่น โดยควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน เพื่อไม่ให้ต้องขับรถต่อเนื่องนานเกินไป
จากนาโกย่าไปทาคายามะมีระยะทาง 160–170 กิโลเมตร ใช้เวลาขับประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง ส่วนทาคายามะไปชิราคาวะโกะระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ค่าทางด่วนจาก Nagoya-Minami IC ไปทาคายามะ สำหรับรถยนต์ทั่วไปผ่าน ETC อยู่ที่ประมาณ 4,720 เยนต่อเที่ยว ค่าทางด่วนไป-กลับจะอยู่ที่ประมาณ 9,000–10,000 เยน ไม่รวมค่าจอดรถและค่าน้ำมัน
หากเดินทางช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว ควรจองรถพร้อมยางหิมะล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ และไม่ควรขับเข้าพื้นที่ภูเขาหากมีคำเตือนหิมะตกหนัก ถนนลื่น หรือมีการปิดเส้นทาง
- วันที่ 1: นาโกย่า (Nagoya) – เกโระออนเซ็น (Gero Onsen) หรือทาคายามะ (Takayama)
- วันที่ 2: ตลาดเช้าทาคายามะ (Takayama Morning Market) – เมืองเก่าซันมาจิ (Sanmachi Suji) – หมู่บ้านพื้นเมืองฮิดะ (Hida Folk Village)
- วันที่ 3: ทาคายามะ (Takayama) – ชิราคาวะโกะ (Shirakawa-go) – นาโกย่า (Nagoya) หรือคานาซาวะ (Kanazawa)
- ระยะทางรวม: ประมาณ 350–450 กิโลเมตร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Road Trip ญี่ปุ่น
Q. มือใหม่ควรเลือกเส้นทางไหนสำหรับขับรถเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก?
เส้นทางโตเกียว–คาวากุจิโกะเหมาะที่สุดสำหรับทริปแรก เพราะใช้เวลาเพียง 2–3 ชั่วโมง มีจุดแวะเยอะ และวางแผนเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืนได้ง่าย หากต้องการขับไกลขึ้นแต่ถนนโล่งกว่า ฮอกไกโดช่วงหน้าร้อนก็เป็นตัวเลือกที่ดี
Q. จำเป็นต้องเช่ารถ 4WD ไหม?
หากขับในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน หรือฤดูใบไม้ร่วงบนถนนปกติ รถขนาดเล็กหรือรถไฮบริดทั่วไปก็เพียงพอ แต่หากเดินทางไปฮอกไกโด โทโฮคุ นากาโนะ กิฟุ หรือพื้นที่ภูเขาในฤดูหนาว ควรเลือกยางหิมะ (Snow Tire) และพิจารณา 4WD ตามสภาพเส้นทางที่ต้องการเที่ยว
Q. ควรเช่า ETC Card หรือไม่?
ควรเช่า เพราะทางด่วนญี่ปุ่นหลายเส้นทางมีค่าผ่านทางตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายพันเยนต่อเที่ยว ETC ช่วยลดความยุ่งยากที่ด่านเก็บเงินและทำให้ผ่านช่อง ETC ได้สะดวกกว่า โดยต้องขับผ่านช่องด้วยความเร็วต่ำ
Q.เช็คค่าทางด่วนได้จากที่ไหน?
แนะนำให้ใช้ เว็บไซต์ NEXCO ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางด่วนของญี่ปุ่นโดยตรง เป็นหลัก เพราะเช็กได้ทั้งค่าทางด่วน เส้นทาง ระยะทาง เวลา และเลือกประเภทรถได้ค่ะ
สามารถเช็กค่าทางด่วน เส้นทาง และเวลาเดินทางได้จาก Drive Compass by NEXCO, DoRaPuRa และ NEXCO West Route Search
Q.ควรเผื่อเวลาขับรถวันละกี่ชั่วโมง?
สำหรับมือใหม่ แนะนำไม่เกิน 3–4 ชั่วโมงต่อวัน หรือประมาณ 150–250 กิโลเมตร โดยเฉพาะวันแรกที่ต้องรับรถ หากมีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือกระเป๋าเดินทางจำนวนมาก ควรลดจำนวนจุดแวะลง
Road Trip ญี่ปุ่นจะสนุกและยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเลือกเส้นทางให้เหมาะกับประสบการณ์ขับรถของตัวเอง สำหรับมือใหม่ เส้นทางโตเกียว–คาวากุจิโกะ ฟุกุโอกะ–ยูฟุอิน–เบปปุ และฮอกไกโดหน้าร้อนเป็นตัวเลือกที่เริ่มต้นง่าย ส่วนเส้นทางนาโกย่า–ทาคายามะ–ชิราคาวะโกะเหมาะกับคนที่มีเวลา 3 วันขึ้นไปและต้องการสัมผัสญี่ปุ่นในมุมเมืองเก่า
ก่อนจองรถอย่าลืมตรวจสอบเอกสาร ใบขับขี่สากล ประกันรถ ETC Card ค่าทางด่วน สภาพอากาศทุกครั้ง เพื่อให้ทริปขับรถเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกเป็นประสบการณ์ที่ปลอดภัยและราบรื่นสอบถามเพิ่มเติมที่ paijapanmai.com

ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ข้อมูลนี้ช่วยผมได้มากเลยครับ