มือใหม่ต้องรู้! เช่ารถที่ญี่ปุ่นทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง? (อัพเดท 2026)

อยากขับรถเที่ยวเองต้องรู้! บทความนี้รวมวิธีเช่ารถที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การจองออนไลน์ ขั้นตอนการรับคืนรถ ไปจนถึงกฏจราจร ทางด่วน ปั๊มน้ำมัน และที่จอดรถ ที่จะช่วยให้คุณแพลนเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างอิสระ

เช่าที่ญี่ปุ่นต้องเตรียมอะไรบ้าง? สรุปครบจบในที่เดียว

ปัจจุบันการท่องเที่ยวญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ในเมืองยอดนิยมอีกต่อไป หลายคนเริ่มออกเดินทางไปยังเมืองเล็ก ๆ หรือสถานที่ธรรมชาติที่รถสาธารณะเข้าถึงได้ยาก ทำให้การเช่ารถขับเองที่ญี่ปุ่นกลายเป็นตัวเลือกที่กำลังมาแรง เพราะช่วยให้เดินทางสะดวก ประหยัดเวลา ยืดหยุ่น ไม่ต้องเปลี่ยนการเดินทางให้ยุ่งยาก ทำให้คุณสามารถวางแผนเส้นทางได้อย่างอิสระ เที่ยวได้ในแบบที่ต้องการ เปิดโอกาสให้ค้นพบมุมใหม่ของญี่ปุ่นได้มากขึ้น ทำให้คุณได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากญี่ปุ่น

เช่ารถที่ญี่ปุ่น

เอกสารที่ต้องมีก่อนเช่ารถ

  • ใบขับขี่สากล (International Driving Permit) การขับรถที่ญี่ปุ่นจะต้องใช้ใบขับขี่สากล อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ.1949 มีอายุ 1 ปี ซึ่งสามารถทำได้ที่สำนักงานขนส่ง หรือผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริงและจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • ใบรับรถ (Voucher) ใบยืนยันการจองรถจากบริษัทเช่ารถ

วิธีการจองรถออนไลน์

  1. เริ่มจากการหาบริษัทเช่ารถที่ต้องการ โดยเลือกจากสาขาที่ให้บริการในพื้นที่นั้นๆ หรือเลือกจากบริษัทที่มีสาขาใกล้กับสถานที่ที่คุณสะดวก
  2. ควรจองออนไลน์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป เนื่องจากที่สาขามีจำนวนรถจำกัด หากจองใกล้วันที่จะรับรถ หรือเป็นช่วงวันหยุดเทศกาล มีโอกาสที่รถจะเต็มได้
  3. ราคาค่าเช่ารถ 4-5 ที่นั่งเริ่มต้น 3,000 – 5,000 บาทต่อ 1 วัน ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท รุ่นรถ ช่วงเวลาที่ไป ดังนั้นแนะนำให้เปรียบเทียบราคาของแต่ละบริษัท รวมถึงเปรียบเทียบกับจองตรงและเอเจ้นท์ซี่ เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด

บริษัทเช่ารถยอดนิยม

  • Toyota Rent A Car
  • Nippon Rent A Car
  • Nissan Rent A Car

การรับและคืนรถที่ญี่ปุ่น

โดยส่วนใหญ่ผู้คนมักจะเลือกรับรถและคืนรถที่สนามบิน เนื่องจากมีความสะดวกสบาย สามารถรับรถแล้วขับเที่ยวต่อได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่ที่สนามบินจะมีเคาน์เตอร์บริการของแต่ละบริษัท เมื่อติดต่อที่เคาน์เตอร์แล้ว จะมีรถรับส่ง(Shuttle Bus) พาท่านไปยังสาขาที่รับรถ และเมื่อนำรถกลับมาคืนที่สาขา ก็จะมีรถรับส่งพาไปยังที่สนามบินเช่นกัน อย่างไรสามารถรับรถหรือคืนรถที่สาขาในตัวเมืองได้เช่นกัน ซึ่งสามารถค้นหาสาขาที่สะดวกผ่านเว็บไซต์ หรือค้นหาจาก Google Maps ได้

ขั้นตอนการรับรถ

  1. เมื่อไปถึงที่สาขา สามารถยื่นเอกสารใบรับรถ ใบขับขี่สากล และหนังสือเดินทางได้เลย
  2. อ่านรายละเอียดเอกสาร และเซ็นชื่อ
  3. ตรวจสอบรอยขีดข่วนบนรถ แนะนำให้ถ่ายรูปหรือวิดีโอเก็บไว้

ขั้นตอนการคืนรถ

  1. เติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนคืนรถ
  2. คืนสาขาที่ระบุจองไว้
  3. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรอยขีดข่วนบนรถ
  4. หากเช่า ETC หรือมีรอยขีดข่วนบนรถ ต้องชำระเงินเพิ่มเติม

ข้อควรระวัง

  • หากไม่เติมน้ำมันก่อนมาคืนรถ ที่บริษัทเช่ารถจะคิดค่าน้ำมันที่ต้องชำระให้ ซึ่งจะแพงกว่าเติมที่ปั๊มน้ำมัน

เลือกรถให้เหมาะกับจำนวนคน กระเป๋า และเส้นทาง

การเลือกรถเช่าที่ญี่ปุ่นไม่ควรดูแค่จำนวนที่นั่ง เพราะรถที่ระบุว่านั่งได้ 5 คน อาจใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วได้ไม่ครบทุกใบ โดยเฉพาะกรณีที่เดินทาง 4–5 คนและมีกระเป๋าคนละ 1 ใบ ควรพิจารณาพื้นที่เก็บสัมภาระจริงก่อนตัดสินใจจอง
สำหรับทริปเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า หรือฟุกุโอกะ รถขนาดเล็ก จะขับง่ายกว่าและหาที่จอดสะดวกกว่า แต่หากเดินทางข้ามจังหวัด 3–7 วัน มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือสัมภาระจำนวนมาก รถ SUV หรือมินิแวน จะนั่งสบายกว่า
นอกจากนี้ หากเดินทางช่วงฤดูหนาวในพื้นที่หิมะ เช่น ฮอกไกโด นากาโนะ กิฟุ โทโฮคุ หรือภูเขาแถบคันไซ ควรถามเรื่องยางหิมะก่อนทุกครั้ง เพราะบางสาขามีจำนวนจำกัด และราคาอาจต่างกันตามรุ่นรถหรือช่วงเวลาเดินทาง

  1. เดินทาง 1–2 คน: รถคอมแพ็กต์เหมาะกับทริปในเมืองและกระเป๋า 1–2 ใบ
    ราคาเริ่มต้น 2,500-5,000 บาท
  2. เดินทาง 3–4 คน: รถซีดานหรือ SUV ขนาดกลางเหมาะกับทริปขับระหว่างเมือง
    ราคาเริ่มต้น 4,000-8,000 บาท
  3. เดินทาง 4–6 คน: รถมินิแวน เช่น Noah, Serena หรือ Alphard เหมาะกับครอบครัวและกระเป๋าหลายใบ
    ราคาเริ่มต้น 5,000-9,500 บาท
  4. มีเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี: ต้องใช้คาร์ซีตตามกฎจราจรญี่ปุ่น และควรจองล่วงหน้า

เช็กค่าใช้จ่ายให้ครบก่อนกดจองรถ

ราคาที่เห็นในหน้าจองรถมักเป็นค่าเช่ารถพื้นฐานเท่านั้น แต่ค่าใช้จ่ายจริงของทริปอาจมีค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ค่าอุปกรณ์เสริม ประกัน และค่าคืนรถต่างสาขาเพิ่มเข้ามา การดูราคาต่อวันเพียงอย่างเดียวจึงอาจทำให้ประเมินงบต่ำกว่าความเป็นจริง

ค่าเช่ารถจะเปลี่ยนตามเมือง รุ่นรถ ช่วงฤดูกาล และจำนวนวันเช่า โดยเฉพาะช่วงซากุระ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ปีใหม่ และฤดูหิมะ ควรขอใบเสนอราคาที่รวมรายการสำคัญให้ชัดเจนก่อนชำระเงิน

สำหรับผู้ที่ต้องใช้ทางด่วน บัตร ETC ช่วยให้ผ่านด่านได้สะดวกขึ้น ตัวอย่างเช่น Toyota Rent a Car มีค่าบริการเช่าบัตร ETC 550 เยนต่อการเช่า 1 ครั้ง แต่ค่าทางด่วนจะคิดตามเส้นทางที่ใช้งานจริงและชำระตอนคืนรถ

  • ค่าเช่ารถพื้นฐานตามจำนวนวัน เช่น 3 วัน 5 วัน หรือ 7 วัน
  • ค่าน้ำมัน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องเติมคืนตามระดับที่บริษัทกำหนด
  • ค่าทางด่วน และค่าบริการเช่าบัตร ETC
  • ค่าที่จอดรถของโรงแรม สถานที่เที่ยว และใจกลางเมือง
  • ค่าอุปกรณ์เสริม เช่น คาร์ซีต ยางหิมะ 4WD
  • ค่าประกัน CDW ค่าเสียหายส่วนแรก และค่า NOC ตามเงื่อนไขบริษัท

กฎจราจรญี่ปุ่นเบื้องต้นที่ควรรู้

  1. ขับรถเลนซ้าย พวงมาลัยอยู่ด้านขวา
    ญี่ปุ่นขับรถชิดซ้าย จึงควรระวังเป็นพิเศษตอนเลี้ยวออกจากลานจอดรถ ร้านสะดวกซื้อ หรือถนนซอย เพราะมือใหม่อาจเผลอเข้าผิดเลนได้ง่าย ถนนในเมืองบางแห่งค่อนข้างแคบ รถสวนกันลำบาก และอาจมีจักรยานหรือคนเดินเท้าอยู่ใกล้ขอบถนนเสมอ
  2. ป้าย “止まれ” หรือ TOMARE ต้องหยุดรถสนิท
    เมื่อเห็นป้ายหยุด “止まれ” หรือ TOMARE ผู้ขับต้องหยุดรถให้สนิทก่อนออกตัว ไม่ใช่เพียงชะลอความเร็ว แล้วค่อยตรวจรถที่สวนมา จักรยาน และคนเดินเท้าก่อนเคลื่อนรถต่อ
  3. คนเดินเท้ามีสิทธิ์ก่อน
    โดยเฉพาะบริเวณทางม้าลายที่ไม่มีสัญญาณไฟ หากมีคนกำลังข้ามหรือกำลังจะข้าม ผู้ขับต้องหยุดรถให้คนเดินเท้าข้ามก่อนเสมอ ไม่ควรรีบขับผ่านแม้ถนนจะโล่งก็ตาม
  4. ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ
    ญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องเมาแล้วขับมาก ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์แม้เพียงเล็กน้อยก่อนขับรถ และผู้โดยสารไม่ควรขึ้นรถกับคนขับที่ดื่มแอลกอฮอล์มาแล้ว
  5. หากเกิดอุบัติเหตุ ต้องแจ้งตำรวจและบริษัทเช่ารถทันที
    แม้จะเป็นการเฉี่ยวชนเล็กน้อยในลานจอดรถ หรือไม่มีผู้บาดเจ็บ ควรโทรแจ้งตำรวจที่หมายเลข 110 และติดต่อบริษัทเช่ารถทันที หากมีผู้บาดเจ็บให้โทร 119 เพื่อเรียกรถพยาบาลก่อน จากนั้นถ่ายรูปจุดเกิดเหตุ ป้ายทะเบียนรถคู่กรณี และตำแหน่งรถเก็บไว้เพื่อใช้ประกอบการแจ้งประกัน

จำตัวเลขฉุกเฉินในญี่ปุ่นให้ได้

110
แจ้งตำรวจและอุบัติเหตุ
ใช้เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือต้องการแจ้งตำรวจ

119
เรียกรถพยาบาลหรือรถดับเพลิง
ใช้เมื่อมีผู้บาดเจ็บ เจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือเกิดเหตุเพลิงไหม้

24 ชั่วโมง
ควรมีเบอร์ติดต่อฉุกเฉินติดตัวเสมอ
บันทึกเบอร์บริษัทเช่ารถ สาขารับรถ และเบอร์ช่วยเหลือฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์ตลอดทริป

ต่ำกว่า 6 ปี
ต้องใช้ Child Seat
เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ต้องนั่งคาร์ซีตหรืออุปกรณ์นิรภัยสำหรับเด็กขณะโดยสารรถยนต์

0 แก้ว
ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ
ญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องเมาแล้วขับ จึงไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์แม้เพียงเล็กน้อยก่อนขับรถ

การขึ้นทางด่วนและวิธีใช้ ETC

รถเช่าส่วนใหญ่มักติดตั้งเครื่อง ETC ไว้แล้ว แต่ต้องมีบัตร ETC เสียบอยู่ในเครื่องจึงจะใช้งานได้ บัตร ETC ช่วยให้ผ่านด่านได้สะดวก ไม่ต้องหยุดจ่ายเงินทุกครั้ง และค่าทางด่วนจะสรุปชำระตอนคืนรถตามเงื่อนไขของบริษัท

  • เมื่อขับเข้าหรือออกทางด่วน ให้มองหาช่องที่มีป้าย 「ETC専用」 หมายถึงช่อง ETC เท่านั้น หรือป้าย 「ETC・一般」 ซึ่งใช้ได้ทั้งรถที่มีและไม่มี ETC ควรลดความเร็วเหลือไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนผ่านไม้กั้น และรอให้ไม้กั้นเปิดเต็มที่ก่อนขับต่อไป
  • หากไม่ได้เช่าบัตร ETC หรือเครื่องอ่านบัตรไม่ทำงาน ให้เลือกช่อง 「一般」 หรือ General Lane อย่าเผลอเข้าช่อง ETC Only เพราะไม้กั้นจะไม่เปิด ตอนขึ้นทางด่วนให้รับบัตรผ่านทางเก็บไว้ และนำไปชำระที่ด่านขาออก โดยบางด่านรับบัตรเครดิต แต่ควรมีเงินสดติดตัวไว้ด้วยเผื่อกรณีที่ด่านนั้นไม่รับบัตรเครดิต

เว็บไซต์สำหรับค้นหาค่าทางด่วนและเส้นทาง
https://th.driveplaza.com/dp/SearchTopTH

อ่านบทความเกี่ยวกับวิธีการใช้ ETC กดที่นี่

ปั๊มน้ำมันและการเติมน้ำมัน

ปั๊มน้ำมันในญี่ปุ่นมีทั้งแบบพนักงานเติมให้ และแบบบริการตัวเอง (Self-service) ซึ่งพบได้บ่อยและมักมีราคาประหยัดกว่า ก่อนเติมน้ำมันควรดับเครื่องยนต์ให้เรียบร้อย แล้วตรวจชนิดเชื้อเพลิงจากสติกเกอร์บริเวณฝาถังน้ำมันหรือสอบถามบริษัทเช่ารถตั้งแต่วันรับรถ เพราะการเติมผิดประเภทอาจทำให้รถมีปัญหาและเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้

เชื้อเพลิงที่พบหลัก ๆ มี 3 ประเภท ได้แก่ レギュラー (Regular Unleaded), ハイオク (High-octane) และ 軽油 (Diesel) รถเช่าส่วนใหญ่ใช้ Regular แต่ไม่ควรเดาเองเด็ดขาด ให้ยึดตามข้อมูลของรถคันที่เช่าเป็นหลัก หัวจ่ายในหลายปั๊มใช้สีช่วยแยกประเภท โดยทั่วไปสีแดงคือ Regular สีเหลืองคือ High-octane และสีเขียวคือ Diesel แต่ควรอ่านชื่อเชื้อเพลิงบนหน้าจอและหัวจ่ายทุกครั้งก่อนเติม

หากใช้ปั๊มแบบ Self-service ให้เลือกชนิดน้ำมัน เลือกจำนวนเงินหรือเลือกเติมเต็มถัง แล้วนำหัวจ่ายเสียบให้สุดก่อนกดเติม ระบบจะตัดอัตโนมัติเมื่อถังเต็ม หลังเติมเสร็จให้เก็บหัวจ่ายเข้าที่เดิม และชำระเงินตามขั้นตอนของปั๊ม บางแห่งอาจให้ชำระที่ตู้แยกต่างหากโดยกรอกหมายเลขหัวจ่ายที่ใช้ และบางปั๊มอาจรับเฉพาะเงินสด จึงควรมีเงินเยนติดตัวไว้เสมอ

ก่อนคืนรถ แนะนำให้เติมน้ำมันเต็มถังตามเงื่อนไขบริษัทเช่ารถ และเก็บใบเสร็จจากปั๊มไว้จนกว่าการคืนรถจะเสร็จเรียบร้อย เพื่อใช้ยืนยันว่ามีการเติมน้ำมันใกล้จุดคืนรถแล้ว

เว็บไซต์สำหรับค้นหาปั๊มน้ำมัน
https://e-nenpi.com/gs/

ที่จอดรถ

ที่จอดรถในญี่ปุ่นมักมีค่าบริการ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า เกียวโต หรือย่านสถานีรถไฟ ก่อนนำรถเข้า ควรดูป้ายราคาหน้าทางเข้าให้ละเอียด เพราะแต่ละลานจอดคิดราคาไม่เหมือนกัน บางแห่งคิดเป็นทุก 20 นาที, 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ขณะที่บางแห่งมีราคาสูงสุดต่อวัน หรือระบุราคาแยกช่วงกลางวันและกลางคืน

คำภาษาญี่ปุ่นที่ควรจำคือ 「駐車場」 (Chūshajō) หมายถึงที่จอดรถ, 「」 (A-ki) หมายถึงยังมีที่ว่าง และ 「満車」 (Man-sha) หมายถึงที่จอดเต็ม สำหรับลานจอดแบบ Coin Parking เมื่อจอดรถแล้วอาจมีแผ่นล็อกใต้ท้องรถยกขึ้น หรือใช้ระบบอ่านป้ายทะเบียนแทน ดังนั้นก่อนออกจากลานจอด ให้ตรวจหมายเลขช่องจอดและชำระเงินที่ตู้ให้ถูกต้อง อย่าลืมถ่ายรูปหมายเลขช่องจอดหรือจุดที่จอดรถไว้ เพื่อช่วยหารถได้ง่ายขึ้นเมื่อต้องกลับมา

ควรหลีกเลี่ยงช่องจอดที่มีสัญลักษณ์รถเข็นผู้พิการ เว้นแต่ผู้โดยสารมีสิทธิ์ใช้งาน เพราะเป็นพื้นที่สงวนสำหรับผู้พิการ หากลานจอดเต็ม ควรหาลานจอดแบบหยอดเหรียญใกล้เคียงหรือรอให้มีที่ว่าง แทนการจอดริมถนนหรือจอดกีดขวางทางเข้าอาคาร

เคล็ดลับง่าย ๆ คือควรค้นหาคำว่า “parking” หรือ 「駐車場」 ใน Google Maps ก่อนถึงจุดหมายประมาณ 10–15 นาที โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวันหยุด เพราะการหาที่จอดรถอาจใช้เวลานานกว่าที่คาด และส่งผลให้แผนเที่ยวทั้งวันล่าช้าได้

เว็บไซต์สำหรับค้นหาที่จอดรถ
https://www.navitime.co.jp/parking

ที่จอดรถ ญี่ปุ่น
ป้ายแสดงสถานะที่จอดรถญี่ปุ่น

การใช้ระบบนำทางด้วย MAPCODE

MAPCODE คือชุดตัวเลขที่ใช้ระบุตำแหน่งบนแผนที่ในญี่ปุ่นอย่างละเอียด เหมาะสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว จุดชมวิว ลานจอดรถ หรือโรงแรมที่ค้นหาด้วยชื่อภาษาอังกฤษได้ยาก ควรบันทึก MAPCODE ของจุดหมายแต่ละแห่งไว้ในโทรศัพท์ก่อนเริ่มขับรถ

  1. เลือกเมนูค้นหาปลายทางในระบบนำทางเปิดระบบนำทางของรถเช่า แล้วเลือกเมนูค้นหาจุดหมาย เช่น Destination, Search, Mapcode หรือคำภาษาญี่ปุ่นว่า マップコード บางรุ่นอาจต้องกดเมนูย่อยก่อนจึงจะเจอช่องสำหรับกรอก MAPCODE
  2. กรอกตัวเลขให้ครบและตรวจสอบก่อนกดยืนยัน กรอก MAPCODE ตามที่บันทึกไว้ให้ครบทุกตัวเลข บางสถานที่อาจมีเครื่องหมาย * และตัวเลขต่อท้าย ซึ่งช่วยระบุตำแหน่งได้ละเอียดขึ้น หากระบบนำทางของรถไม่รองรับเครื่องหมายดังกล่าว ให้ลองกรอกเฉพาะตัวเลขหลัก หรือใช้วิธีค้นหาด้วยหมายเลขโทรศัพท์และชื่อสถานที่แทน
  3. เช็กชื่อสถานที่และตำแหน่งบนแผนที่ทุกครั้งหลังกรอก MAPCODE แล้ว ระบบจะแสดงตำแหน่งปลายทางบนแผนที่ ควรตรวจสอบชื่อสถานที่ จังหวัด และจุดหมายปลายทางให้ตรงกับแผนที่วางไว้ก่อนเริ่มนำทาง โดยเฉพาะจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อคล้ายกันหรือมีลานจอดรถหลายแห่ง

เว็บไซต์สำหรับเช็ค Mapcode
https://japanmapcode.com/en

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช่ารถที่ญี่ปุ่น

Q : ไม่มีใบขับขี่สากล สามารถเช่ารถที่ญี่ปุ่นได้ไหม?

A : ไม่สามารถเช่าได้ ผู้ที่ต้องการเช่ารถและขับรถในญี่ปุ่น
ต้องมีใบขับขี่สากลตามอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949
(Geneva Convention 1949) จึงจะสามารถรับรถและขับรถในญี่ปุ่นได้

Q : การเช่ารถที่ญี่ปุ่นต้องใช้บัตรเครดิตในการจองไหม?

A : ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทเช่ารถแต่ละแห่ง
บางบริษัทอาจรับชำระเงินด้วยวิธีอื่นนอกเหนือจากบัตรเครดิตได้
แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดเรื่องการชำระเงินและเงินมัดจำจากเว็บไซต์ของบริษัทก่อนจองรถ

Q : สามารถไปเช่ารถที่หน้าสาขาแบบ Walk-in ได้ไหม?

A : สามารถทำได้ในบางสาขา หากยังมีรถว่างในวันนั้น
แต่แนะนำให้จองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว ฤดูท่องเที่ยว
และฤดูหิมะ เพราะจำนวนรถมีจำกัด และรถรุ่นที่ต้องการอาจเต็มได้

Q : หากเช่ารถที่สนามบิน ต้องไปรับรถอย่างไร?

A : บริษัทเช่ารถหลายแห่งมีเคาน์เตอร์หรือจุดติดต่อภายในสนามบิน
หลังจากลงทะเบียนหรือรับคิวแล้ว จะมีรถรับส่ง (Shuttle Bus)
พาไปยังสาขารับรถที่อยู่นอกอาคารสนามบิน
ทั้งนี้ขั้นตอนรับรถอาจแตกต่างกันไปตามสนามบินและบริษัทเช่ารถแต่ละแห่ง

การเช่ารถขับเองในญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แค่เตรียมเอกสารให้ครบ จองออนไลน์ล่วงหน้า และทำความเข้าใจขั้นตอนการเช่ารถ รวมถึงศึกษากฎจราจรของญี่ปุ่นให้ดีก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับรถเลนซ้าย การขึ้นทางด่วน การเติมน้ำมัน การใช้ที่จอดรถ หรือการคืนรถตามเงื่อนไขของบริษัทเช่า เพียงเท่านี้ก็สามารถเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย พร้อมวางแผนเส้นทางได้อย่างอิสระในแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะไปเส้นทางไหน ทั้งเมืองใหญ่ยอดนิยม เมืองเล็ก ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก หรือเส้นทางธรรมชาติสวย ๆ ที่รอให้คุณไปสัมผัส อย่ารอช้า เข้ามาเช็กราคา เปรียบเทียบตัวเลือกรถ และจองรถล่วงหน้าได้แล้วที่ paijapanmai.com เว็บไซต์ตัวแทนการจองอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นของคุณสะดวก คุ้มค่า และพร้อมออกเดินทางตั้งแต่วันแรกของการท่องเที่ยว

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top